สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาท่องไปด้วยความเร็วที่เร็วที่สุดจนมาถึงเมืองเฟิงหุย
เมืองเฟิงหุยเป็นเมืองที่ใหญ่มากเมืองหนึ่งในอาณาเขตหนานหลิง การเข้าเมืองต้องจ่ายค่าผ่านทางด้วยจึงจะเข้าเมืองได้
หยกซวนระดับกลางก้อนหนึ่ง!
หลิ่วซู่เอาป้ายคำสั่งออกมา เมื่อทหารเฝ้าเวรยามเห็นป้ายคำสั่งนี้ก็ตกตะลึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
เขากล่าวด้วยความตกใจว่า “นึกไม่ถึงเลยว่านายน้อยจะกลับมาแล้ว เชิญนายน้อยขอรับ”
พวกเขาเดินทางมาด้วยกัน ทหารเฝ้าเวรยามจะกล้าเก็บค่าผ่านทางกับคนของนายน้อยได้อย่างไรกันเล่า
ฮวาเจี้ยนกล่าว “ในเมื่อเจ้าเป็นเจ้าบ้าน วันนี้เจ้าก็เลี้ยงพวกเราให้กินให้อิ่มหนำสำราญสักมื้อก็แล้วกัน ข้ารับรองว่าจะไม่เกรงใจเลย”
หลิ่วซู่ตอบกลับไปว่า “ข้าบอกเจ้าหรือไงว่าข้าชวนเจ้า ข้าชวนศิษย์น้องมู่ต่างหากเล่า”
ฮวาเจี้ยนท้วง “ข้ากับศิษย์น้องมู่มาด้วยกัน เจ้าจะไม่ชวนข้าได้อย่างไร อย่าได้ตระหนี่ถี่เหนียวไปหน่อยเลย!”
ศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกัน แม้ว่าหลิ่วซู่จะไม่ค่อยลงรอยกับฮวาเจี้ยน แต่ก็เชิญให้ร่วมรับประทานอาหารมื้อนี้แล้ว
หลิ่วซู่พาพวกเขาไปที่หอสุราที่ดีที่สุดในเมืองเฟิงหุย การประมูลจะยังไม่เริ่มขึ้นจนกว่าจะถึงยามเย็น ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจจะค่อย ๆ กินอาหารมื้อนี้อย่างอิ่มหนำสำราญ
ในหอสุรามีผู้คนมากมายมาแออัดกัน ห้องส่วนตัวที่ราคาแพงลิ่วก็เหลือเพียงห้องสุดท้ายแล้ว หลิ่วซู่เหมาห้องส่วนตัวนั้นทันทีอย่างไม่รีรอ
“เอา