อาหารชั้นดีของที่นี่มาทั้งหมด” หลิ่วซู่กล่าว
ฮวาเจี้ยนกล่าว “นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใจกว้างถึงเพียงนี้”
หลิ่วซู่มองฮวาเจี้ยนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คร้านที่จะสนใจเขา
การบริการของหอสุรานี้เยี่ยมยอดมาก ไม่นานนักอาหารก็ถูกยกมาวางเต็มโต๊ะแล้ว
หลิ่วซู่กล่าว “อาหารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอาหารชั้นเลิศของที่นี่ทั้งสิ้น ข้าเองก็ไม่ค่อยได้มาบ่อยนัก แต่หวังว่าอาหารเหล่านี้จะถูกปากศิษย์น้องมู่นะ”
การประลองเข้าสำนักในเพียงครั้งเดียว มู่เฉียนซีก็ทำให้พวกเขาทั้งสามจดจำมู่เฉียนซีได้ และขณะเดียวกันยังทำให้พวกเขานับถือนางเป็นพิเศษอีกด้วย
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่เลวเลย”
ทว่า พวกเขายังกินไปไม่ได้ถึงครึ่ง ด้านนอกก็เริ่มเกิดความวุ่นวายแล้ว
“ว่ายังไงนะ หอสุราของพวกเจ้าไม่มีห้องว่างแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
“จะให้ข้าไปที่อื่นอย่างนั้นเหรอ ใคร ๆ ก็รู้ว่าหอสุราแห่งนี้เป็นหอสุราที่ดีที่สุดแล้ว ข้าไม่สน ให้ใครก็ได้ออกจากห้องส่วนตัวซะ แล้วยกห้องนั้นให้ข้า”
เดิมทีฮวาเจี้ยนคิดว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่มีทางมายุ่งวุ่นวายกับพวกเขาแน่
ทว่า โชคไม่ได้ดีเช่นนั้น!
น้ำเสียงอันเย่อหยิ่งนั้นเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ “ข้ามาที่นี่อยู่บ่อย ๆ ห้องนี้เป็นห้องที่ทิวทัศน์ดีที่สุดและเป็นห้องที่กว้างที่สุด ห้องนี้แหละ”
ผู้มาใหม่นั้นไม่สนว่าในนี้จะมีคนอยู่หรือไม่ เขากล่าวว่า “คนที่อยู่ในห