้องนี้ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะชดเชยให้พวกเจ้าสามเท่า”
หลิ่วซู่ผลักประตูออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“ข้าว่าเจ้าคงจะเบื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”
“นายน้อย!” นายน้อยผู้นี้รู้จักหลิ่วซู่ รู้ว่าเขาเป็นนายน้อยของเมืองนี้ เขาจึงอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
นายน้อยผู้นี้เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่ทราบจริง ๆ ว่าในห้องนี้คือนายน้อย ข้าต้องขอโทษท่านด้วย”
“รู้แล้วยังไม่ไสหัวไปอีกเหรอ!”
นายน้อยโกวกล่าว “นายน้อย ได้เจอกันทั้งที กินข้าวด้วยกันหน่อยจะเป็นอะไรไป อย่างไรเสียห้องนี้ก็กว้างใหญ่มากถึงเพียงนี้”
“ยังต้องให้ข้าพูดอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ? ไสหัวไปให้พ้น!” หลิ่วซู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นายน้อย ปรมาจารย์ท่านนี้เป็นถึงนักปรุงยาขั้นสวรรค์ระดับสูงเชียวนะ ให้นายน้อยได้ร่วมโต๊ะอาหารกับท่านปรมาจารย์ก็นับว่าให้เกียรตินายน้อย เห็นแก่หน้านายน้อยมากแล้ว อย่าคิดว่าเป็นนายน้อยแล้วจะไร้ยางอายอย่างไรก็ได้นะ”
“นักปรุงยา! ท่านจะล่วงเกินได้อย่างนั้นเหรอ?” นายน้อยโกวกล่าวด้วยความเย่อหยิ่ง
ข้างกายเขามีนักปรุงยาท่านหนึ่งยืนอยู่ สายตาของนักปรุงยาท่านนี้จับจ้องไปที่หญิงสาวชุดม่วงที่อยู่ในห้องอย่างเปิดเผย
“ข้าเองก็ไม่อยากจะก่อเรื่องวุ่นวายหรอกนะ เชิญข้าเข้าไปร่วมโต๊ะอาหารแล้ว ก็ให้หญิงสาวผู้นั้นมารินเหล้าให้ข้าด้วย แล้วข้าจะไม่ติดใจเอาความในเรื่องนี้”
หลิ่วซู่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยิ่งเป็นนักปรุงยาขั้นสว