รรค์ด้วยแล้วยิ่งไม่ควรล่วงเกิน แต่เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามกระทำเกินไป
พลันนั้นก็มีเสียงตัดผ่านอากาศเสียงหนึ่งดังขึ้น แก้วใบหนึ่งพุ่งกระแทกเข้าที่ศีรษะของนักปรุงยาท่านนี้ทันที!
ปัง!
สุราในแก้วนั้นราดรดศีรษะของเขา และน้ำเสียงอันเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นตามมาว่า
“อยากดื่มสุราอย่างนั้นเหรอ ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนาเอง ยังจะเอาอีกหรือไม่?”
มู่เฉียนซียืนอยู่ด้านหน้า เดิมทีนักปรุงยาผู้นี้ที่ถูกราดรดด้วยสุราก็โกรธเกรี้ยวมากพออยู่แล้ว
แต่เมื่อเขาเห็นหน้าของมู่เฉียนซี ทันใดนั้นเขาก็ถลึงตาเบิกกว้างขึ้น
“ไม่ต้องแล้ว! แต่ข้าอยากเข้าไปร่วมโต๊ะอาหารด้วย เป็นเช่นไร?”
ในขณะที่กล่าวนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะพุ่งไปที่มู่เฉียนซี
ไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว มู่เฉียนซีจึงพุ่งออกไปถีบนักปรุงยาผู้นี้กระเด็นออกไปทันที
ปัง!
นักปรุงยาผู้นี้คิดไม่ถึงเลยสักนิดว่ามู่เฉียนซีจะบังอาจกล้าลงมือกับเขาเช่นนี้ เขาไม่ทันระวังถูกถีบจนกระเด็นลอยออกไป
“เจ้า…” เขาพยายามลุกขึ้นยืนและจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยความโกรธเกรี้ยว
นายน้อยโกวกล่าว “ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ไว้หน้านายน้อยหลิ่วซู่นะ แต่หญิงสาวผู้นี้ไม่รู้จักกาลเทศะ ข้าจะแก้แค้นให้ท่านปรมาจารย์”
หลิ่วซู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้ากล้าแตะต้องศิษย์น้องมู่ก็ลองดูสิ!”
“ข้าไม่ได้จะทำอะไรท่านสักหน่อย ทางที่ดีท่านเงียบปากอยู่เฉย ๆ เสียดีกว่า” เพื่อประจบประแจงนักปรุงยาผู้นี้ นายน้อยโกวถึงกั