บลงมือแล้ว
และในขณะที่พวกเขาจะลงมือนั้นเอง ร่างในชุดขาวร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา
เขาเห็นมู่เฉียนซี จึงกล่าวทักทายขึ้นว่า “เฉียนซี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าก็มาด้วย”
นักปรุงยาผู้นั้นตกตะลึง “คุณชายโม่ แม่นางผู้นี้…แม่นางผู้นี้เป็นสหายของท่านอย่างนั้นเหรอ”
เขาเคราะห์ร้ายแล้ว ครั้งนี้ต้องมาประสบพบเจอกับคนเช่นนี้
ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณชายโม่มีท่านหมอปีศาจผู้ลึกลับยากเกินจะหยั่งถึงได้คอยหนุนอยู่เบื้องหลัง เขาเป็นผู้ดูแลหอหมอปีศาจ หอโอสถที่รุ่งเรืองมากในตอนนี้
นักปรุงยาผู้ไร้ประโยชน์ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น เขากล่าว “แม่นางผู้นี้ เมื่อครู่ข้าเสียมารยาท โปรดแม่นางอย่าได้ถือสาเลย ข้าอยากจะขอโทษแม่นาง”
“เชิญแม่นางใช้ห้องนี้ตามสบาย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ข้าจะเป็นคนจ่ายเอง ข้า…ข้าไม่รบกวนแล้ว”
“เจ้าโง่ ยังไม่รีบไปอีก!” นักปรุงยาหันไปดุด่านายน้อยโกวที่ยังยืนตกตะลึงอยู่
ไม่พูดถึงผลกระทบของหอหมอปีศาจ ท่านหมอปีศาจผู้นั้นจัดการกับราชาพิษหนานหลิงผู้ที่ยากจะรับมือได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังทรมานเขาให้ราวกับตายทั้งเป็นได้อีกด้วย คนเช่นนั้น เขาล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด
นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้านักปรุงยาผู้เย่อหยิ่งผู้นั้นจะเผ่นหนีไปแล้ว หลิ่วซู่ผงะไปครู่หนึ่ง มองดูชายหนุ่มผู้ที่ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษผู้นี้และกล่าวว่า “ได้ยินชื่อเสียงของคุณชายโม่มานานแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอตัวจริง”
โม่ซวนกล่าว “ก็เป็นเพียงแค่ชื่อเสียงภายนอกเท่านั้น