าในหอขายยาเล็ก ๆ เนี่ยนะจะหลอมยาลูกกลอนขั้นศักดิ์สิทธิ์ หลอกลวงเป็นแน่!”
“ยังมีหน้ามาเชิญไปร่วมชมอีก ข้าไม่มีเวลาหรอก”
“ข้าจะไปตรวจสอบเจ้าต้มตุ๋นผู้นั้น แต่หากเป็นนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ จะมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร”
นักปรุงยาส่วนมากไม่มา ผู้ที่มาล้วนแต่คือคนที่มาจับผิดและสงสัยในตัวมู่เฉียนซีทั้งสิ้น
ครั้นแล้วก็ถึงวัน เมื่อนักปรุงยาผู้เย่อหยิ่งเห็นชายหนุ่มที่อายุยังน้อยผู้นั้น ก็ยิ่งดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น
“ท่าทางอวดดียิ่งนัก วันนี้หากไม่มีใครหลอมยาขั้นศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ หอหมอปีศาจของเจ้าก็ปิดไปเลย ไม่ต้องขายแล้ว”
“ปล่อยข่าวเช่นนี้ออกมา ช่างกล้ายิ่งนัก!”
“แถมยังบอกให้พวกข้ามาร่วมชมอีก เด็กหนุ่มอย่างเจ้า คิดจะให้พวกข้ายอมจำนนให้อย่างนั้นเหรอ เหอะ ๆ!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พวกเขาเย่อหยิ่งไม่น้อยเลย ประเดี๋ยวถึงเวลาต้องเจ็บปวดใจมากเป็นแน่
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “จะทำได้หรือไม่ได้ ประเดี๋ยวก็รู้เอง”
จากนั้น มู่เฉียนซีก็เอาสมุนไพรวิญญาณออกมา
สมุนไพรวิญญาณอันล้ำค่าเหล่านั้นทำให้พวกเขาล้วนแต่ตกตะลึงขึ้นแล้ว พวกเขาแทบอยากพุ่งเข้าไปแย่งชิงจริง ๆ
แต่สุดท้ายปราชญ์ผู้นั้นก็แผ่ซ่านพลังอันแข็งแกร่งออกมากดขี่ข่มเหง จนพวกเขาตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นราวกับเห็นผี หอโอสถเล็ก ๆ นี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมียอดฝีมือเช่นนี้อยู่ด้วย
มู่เฉียนซีเอาหม้อเทพป