าฮวางชิงมู่ออกมา เมื่อเปลวไฟปรากฏขึ้น สีหน้าของนักปรุงยาเหล่านี้ก็เคร่งขรึมขึ้น เปลวไฟนี้ไม่ธรรมดาเลย
จากนั้นมู่เฉียนซีก็เริ่มลงมือปรุงยา
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่โม่ซวนได้เห็นมู่เฉียนซีปรุงยา เห็น ๆ กันอยู่ว่าอายุนางยังน้อย แต่ฝีมือการปรุงยาและการเคลื่อนไหวของนางนั้นล้วนแต่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่านักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์อีก
รอบบริเวณเงียบเสียจนเสียงเข็มหล่นก็ได้ยิน พวกเขาจ้องมองมู่เฉียนซีตาไม่กระพริบ
กลิ่นอายของการปรุงยานั้น วิธีการปรุงยา วิธีการควบคุมเปลวไฟ และพลังจิตที่แข็งแกร่งกว้างใหญ่ดุจดั่งมหาสมุทรก็มิปาน
เมื่อนึกถึงคำพูดที่พวกเขาพูดออกไปก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาแทบอยากจะตบปากตัวเองเสียเหลือเกิน!
ครั้งนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยวจริง ๆ!
“ท่าน!”
“ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย!”
“นายท่าน จะให้ข้าทำสิ่งใดข้ายอมทำทุกอย่าง ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะ!”
นี่คือนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์ นักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง มู่เฉียนซีเล่นกับยาลูกกลอนนั้นพลางกล่าวด้วยท่วงท่าที่เกียจคร้านว่า “ก็แค่ยาลูกกลอนขั้นศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง เหตุใดทุกท่านต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยล่ะ?”
.