“แม่นางมู่มีความมั่นใจต่อความแข็งแกร่งของตัวเองมาก แต่ข้าก็ไม่ได้อ่อนแอนะ! ข้าชื่อหั่วห้าวหยู่ ไม่รู้ว่าข้าจะต้องเรียกเจ้าว่าอันใด” เขายิ้มอย่างกล้าหาญ
มู่เฉียนซีตอบ “ข้าชื่อมู่เฉียนซี”
คุณชายโม่กล่าว “เอาล่ะ ได้คนเข้าร่วมภารกิจครบแล้ว วันนี้ทุกคนพักผ่อนเก็บแรงกันสักคืน วันพรุ่งออกเดินทาง”
“ตกลง!”
ไม่นานนักคุณชายโม่ก็จากไป มู่เฉียนซีมองตามแผ่นหลังของเขาไป ร่างกายของเขาอ่อนแอมาก มู่เฉียนซีขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยเล็กน้อย
หั่วห้าวหยู่กล่าวด้วยความหยอกล้อว่า “แม่นางมู่คงจะไม่ใช่ชอบคุณชายโม่เข้าแล้วกระมัง! รูปร่างหน้าตารูปงาม อีกอย่างยังได้ยินชื่อเสียงของเขามาไม่น้อย ว่าเขาเป็นยอดปรมาจารย์นักปรุงยาที่อายุน้อยมากคนหนึ่ง”
“หากไม่ใช่เพราะเขา ตระกูลโม่ก็คงเป็นกองกำลังที่ลดลงหนึ่งระดับ เป็นกองกำลังระดับหนึ่งครึ่งก็คงจะเพียงพอแล้ว! แต่นี่เขาใช้เวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น ทำให้ตระกูลโม่เพิ่มระดับกองกำลังขึ้นมาหนึ่งระดับ เขาเก่งกาจมาก”
“เพียงแต่ว่า…”
มู่เฉียนซีกล่าวต่อคำพูดของเขา “เพียงแต่ว่าเขาอายุสั้นไปสักหน่อย”
หั่วห้าวหยู่กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “เจ้าเก่งกาจยิ่งนัก นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าก็ดูออกเหมือนกัน ข้าได้ยินมาว่าคุณชายโม่ผู้นี้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน”
นางเป็นถึงนักปรุงยา จะดูไม่ออกได้อย่างไรเล่า
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าพูดมากเสียจริง รอให้กลับไปถึงที่พักก่อนเจ้าค่อยพูดต่อเถอะ ข้าจะเป็นคน