การโจมตีของสัตว์วิญญาณในป่าชานอวิ๋นอยู่หลายครั้ง และทุกครั้งพวกเขาก็ต้านทานได้
มู่เฉียนซีต่อสู้กับสัตว์วิญญาณเหล่านี้โดยที่ไม่ทำตัวให้เป็นจุดน่าสนใจแต่อย่างใด เพียงแต่ทำหน้าที่ของนางให้ดีที่สุด
องครักษ์ของตระกูลโม่เหล่านั้นรู้ดีว่าคุณชายของพวกเขาเก่งกาจเพียงใด แต่สิ่งใดที่พวกเขาต้านทานได้ พวกเขาก็จะต้านทานอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้คุณชายของพวกเขาต้องลงมือออกแรงเอง
อย่างไรเสียร่างกายของคุณชายของพวกเขาก็ยังอ่อนแอมาก
เสียง ซู่ว ซู่ว! ดังขึ้น
สีหน้าของคุณชายโม่พลันเปลี่ยนไปมาก เขากล่าวว่า “รีบถอย!”
แต่เตือนตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว
รอบ ๆ บริเวณที่พวกเขายืนอยู่ปรากฏแสงสีเงินขึ้น
แต่นั่นไม่ใช่แสงสีเงินที่ระนาบไปกับพื้น ทว่า เป็นอสรพิษอย่างงูที่เลื้อยคดเคี้ยวไปมา
ภุชงค์สีเงิน หรืองูสีเงินนั่นเอง พวกมันมีขนาดตัวเล็กเท่านิ้วก้อย ทว่า แต่ละตัวนั้นอย่างน้อยก็เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม
ถูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามห้อมล้อมอย่างหนาแน่นเช่นนี้ ต่อให้พวกเขามีพลังขั้นมหาจักรพรรดิก็รู้สึกขนลุกขนพองได้เช่นกัน
หั่วห้าวหยู่กล่าวว่า “บัดซบยิ่งนัก! สัตว์นักฆ่าแห่งป่าชานอวิ๋นข้าก็ประสบพบเจอมาแล้วไม่น้อย แต่ครั้งนี้ดูท่าโชคจะไม่เข้าข้างแล้วกระมัง!”
ในตอนนี้เองคุณชายโม่เดินมาและกล่าวว่า “ผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุอัคคีมารับมือโจมตีด้านหน้า ใช้ทักษะวิญญาณโจมตี สิ่งที่งูสีเงินนี้กลัวมากที่สุดก็คือไฟ พวกเราจำเป