ย เราไปหาที่ที่มันครึกครื้นกินข้าวกันเถอะ หลังจากนั้นข้าจะกลับไปรายงานภารกิจที่สำนักลั่วเยว่ต่อ”
“แล้วหลังจากที่กลับไปถึงสำนักลั่วเยว่ โปรดท่านอาจารย์เยี่ยสอนทักษะโยวจั๋วให้ศิษย์ต่อนะเจ้าคะ เอาให้พลังแห่งการทำลายล้างแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักระดับ”
ตอนนี้ทักษะโยวจั๋วของนางนั้นเมื่อใช้แล้วความน่าสะพรึงกลัวนั้นยังห่างไกลกับที่จิ่วเยี่ยใช้มาก ดังนั้นนางจึงไม่พอใจ ต้องฝึกฝนต่อถึงจะได้
จิ่วเยี่ยพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อืม!”
วันนี้หอรสสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งเมืองเย่ครึกครื้นเป็นพิเศษ มู่เฉียนซีนั่งลงเพื่อมาสืบข่าว แดนซวนเทียนเป็นดินแดนใหม่สำหรับนาง ยังมีเรื่องมากมายหลายอย่างที่นางต้องรู้ ในขณะที่มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยกำลังรออาหารอยู่นั้น โต๊ะกลมกลางร้านก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะและกำลังพูดคุยกันอยู่
“พวกเจ้าว่าในแดนซวนเทียนผู้ใดร่ำรวยที่สุด?” มีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“ต้องเป็นฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ตงหวงอย่างแน่นอน!”
“ไม่ใช่! ข้าว่าปรมาจารย์อวิ๋นมากกว่า เขาเป็นถึงนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในแดนซวนเทียน!”
“ข้าว่าพวกเจ้าคิดผิดแล้วล่ะ หากบอกว่าคนที่ร่ำรวยที่สุด พวกเจ้าไม่คิดว่าเป็นหัวหน้าโรงประมูลเฉินชีบ้างเหรอ?”
“โรงประมูลเฉินชี จะว่าไปมันก็ใช่นะ แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าพวกเขาทำเงินได้เก่งกาจมาก”
มู่เฉียนซีคิดในใจว่า ‘ปรมาจารย์อวิ๋น โรงประมูลเฉินชี ข้าจำเอาไว้แล้ว’
ได้ยินบุคคลมีชื่อเสียง และอัจฉริ