งความแข็งแกร่ง แต่ทักษะวิญญาณกลับฝึกฝนได้เพียงเท่านี้ยังคิดจะมาฆ่าข้า ช่างคิดเพ้อฝันยิ่งนัก”
ถูขวงผ่านประสบการณ์ในการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน เขาบีบเข้ามาโจมตีมู่เฉียนซีอีกครั้ง
เผชิญหน้ากับการโจมตีแต่ละครั้งของเขาเช่นนี้ มู่เฉียนซีล้วนแต่ใช้ทักษะร่างหลบหลีก และใช้เพียงแค่ทักษะเดียวในการโจมตีถูขวงกลับ
“ทักษะโยวจั๋ว!”
“ทักษะโยวจั๋ว!”
“……”
เนื่องจากเพิ่งจะฝึกฝนทักษะวิญญาณ อีกอย่างถูขวงก็มีพลังเหนือกว่ามู่เฉียนซีหนึ่งระดับ ดังนั้น ทุก ๆ การโจมตีของนางจึงไม่อาจทำให้ถูขวงบาดเจ็บได้เลย!
ถูขวงยกยิ้มขึ้น “เจ้าฝึกฝนเพียงแค่ทักษะวิญญาณนี้กระบวนท่าเดียวอย่างนั้นเหรอ หรือว่ากระบวนท่านี้ของเจ้ามันสุดยอดที่สุดสำหรับเจ้าแล้ว”
“ดูท่าสำนักลั่วเยว่ต้องถึงคราวซวยแล้วเป็นแน่ อัจฉริยะผู้เป็นศิษย์สำนักในอาศัยพลังวิญญาณและทักษะวิญญาณที่อ่อนแอโจมตีศัตรู ไม่ถึงคราวซวยก็แปลกแล้วล่ะ”
ไม่ว่าถูขวงจะกระตุ้นอารมณ์โกรธมากเพียงใด มู่เฉียนซีก็ยังคงหลบหลีกและโจมตีต่อไป!
ทุก ๆ การโจมตีล้วนแต่ถูกฝ่ายตรงข้ามหลบหลีกได้ ถูขวงรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว ศิษย์คนสวยของสำนักในแห่งสำนักลั่วเยว่ผู้นี้ ต้องรีบโจมตีให้นางสลบไปให้เร็วที่สุด
เขากระทืบเท้าลงบนพื้นดิน ชั่วพริบตาเดียวพื้นดินที่เขาเหยียบก็แหลกละเอียด
“สาวน้อย ข้าหมดความอดทนแล้ว ข้าไม่เล่นกับเจ้าแล้ว ถึงเวลาที่ควรจบลงเสียที!”
เขาโผเข้าหามู่เฉียนซีอย่างรุนแรง พลางตะโกนขึ้นว่า “ฝ่