“ปัญหาใหญ่นะสิ ใครบอกว่าข้าจะแต่ง…อือ…”
จิ่วเยี่ยใช้ปากปิดปากมู่เฉียนซีสนิท และบดขยี้ไปมาอย่างไม่อาจสลัดหลุดได้!
เมื่อจูบแรกผ่านไป “ข้าจะขอซีแต่งงานแน่นอน!”
จากนั้นก็บรรจงจูบไปอีกครั้ง ราวกับข้าวใหม่ปลามันก็มิปาน
องค์ชายจิ่วเยี่ยเปลี่ยนวิธีการแสดงออกให้นางรู้ว่าเขาอยากแต่งงานกับนางมากเพียงใด ทั้งสองไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน…
เช้าวันต่อมา มู่เฉียนซีมุดตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยความเบื่อหน่าย “องค์ชายจิ่วเยี่ย เจ้ามีเรื่องต้องทำมากมาย ข้าว่าเจ้ารีบกลับไปจะดีกว่า”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ซีเลื่อนขั้นมหาจักรพรรดิได้แล้ว ทักษะวิญญาณหลาย ๆ ทักษะ ซีไม่อยากให้ข้าสอนให้ซีแล้วเหรอ?”
ครานี้มู่เฉียนซีตื่นเต้นขึ้นแล้ว “ข้าอยากฝึกแน่นอนอยู่แล้ว!”
มุมปากของจิ่วเยี่ยโค้งขึ้นเล็กน้อย “อืม! ไม่ว่าซีต้องการจะเรียนรู้ฝึกฝนสิ่งใด ข้าก็สอนให้เจ้าได้”
“เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ!” จิ่วเยี่ยจูบหน้าผากนางแผ่วเบา
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกแยกให้ไปอยู่ในความดูแลของผู้อาวุโสสำนักในท่านหนึ่งแล้ว
เมื่อเห็นผู้อาวุโสสำนักในสวมชุดดำสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าอันคุ้นเคยนี้เข้า มุมปากของมู่เฉียนซีก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย
ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักในพามู่เฉียนซีไปพบกับผู้อาวุโสสูงสุดท่านนี้ด้วยตัวเอง เขากล่าว “ท่านผู้นี้คือท่านผู้อาวุโสเยี่ย แม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากในสำนักลั่วเยว่ของพวกเรา แต่พลังความแข็งแกร่งนั้นไม