ท่านปู่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่รบกวนเลย ไม่ได้รบกวนอะไรเลย! นี่มันเป็นงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของข้า พวกเจ้าอย่าได้เกรงใจเป็นอันขาดเชียวล่ะ!”
เซียวเหยากล่าว “พวกเราจะไม่เกรงใจท่านได้อย่างไรกับละเจ้าคะ! ท่านปู่ของนายท่านก็นับว่าเป็นท่านปู่ของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ!”
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ อาหารเหล่านี้ของท่านปู่ได้รับความชื่นชอบอย่างครึกครื้นเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ทุกคนเริ่มแย่งชิงกันกินอาหารกันแล้ว และจิ่วเยี่ยเองก็เริ่มแล้วเช่นกัน
นี่คือการแข่งขันกินอย่างสมบูรณ์ว่าผู้ใดจะกินได้มากกว่า เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “นี่ของข้า อวี้ เจ้าห้ามแย่งข้าเด็ดขาดนะ!”
เซียวเหยาเองก็ไปแย่งชิงอาหารที่จวินโม่ซี “ท่านนักปรุงยาจวิน นี่ของข้า”
“ของข้า ของข้า!”
เนื่องจากความฮึกเหิมของการแย่งชิงกันเช่นนี้ พวกเขาจึงลืมรสชาติของอาหารไปเสียสนิท ภายในชั่วพริบตาเดียว พวกเขาก็กวาดอาหารบนโต๊ะกินจนเรียบ
ท่านปู่อารมณ์ดีมาก นี่เป็นครั้งแรกที่อาหารที่เขาทำได้รับความชื่นชอบมากเช่นนี้!
ส่วนมู่เฉียนซีกลับกำลังคิดว่า ประเดี๋ยวคงต้องปรุงยาย่อยอาหารเพิ่มแล้วล่ะ มิเช่นนั้นกระเพาะของพวกเขาคงรับไม่ไหวเป็นแน่
หลังจากเสร็จสิ้นมื้ออาหารนี้ไปแล้ว มู่เฉียนซีกับเฟิงฉีเอ๋อร์ก็ไปเดินเล่นกันที่สวนบุปผา
“อาหารดำไหม้เหล่านั้นของท่านปู่ไปเรียนรู้มาจากที่ใดกัน?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความสงสัย
เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าวอย่างทอดถอนใจ “เจ้านั่นไร้พรสวรรค์ ช่วยไม่ได้จริง ๆ