!”
“ก็ใครใช้ให้ข้าชอบกินอาหารของพวกมนุษย์กันล่ะ เขาก็เลยคิดทุกวิถีทาง เพื่อที่จะทำของอร่อย ๆ ออกมาให้ข้ากิน แต่มันก็ไม่สำเร็จสักครั้ง แถมยังดึงดันมานานถึงเพียงนี้อีก” เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าวอย่างจนปัญญา
“ดึงดันเพียงอย่างเดียวไม่ว่า นี่ยังมาทำร้ายคนอื่นอีก เพียงแต่ว่า…” จากนั้นเฟิงฉีเอ๋อร์ก็เปลี่ยนเรื่องคุย
“เด็ก ๆ เหล่านั้นเห็นแก่หน้าซีเอ๋อร์ จึงยอมกินอาหารเหล่านั้นของท่านปู่เจ้าโดยไม่แสดงสีหน้าท่าทีอันใดออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาใส่ใจเจ้ามาก ข้างกายซีเอ๋อร์มีสหายเช่นนี้ พวกเราก็วางใจ” เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าวด้วยความโล่งใจ
ในตอนนี้เอง ท่านปู่ก็เดินเข้ามา
เขามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ ปู่อาลัยอาวรณ์เจ้ามาก แต่ปู่จำต้องจากดินแดนสี่ทิศไปแล้ว”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “ต้องจากไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”
“พลังวิญญาณในดินแดนสี่ทิศเบาบางมาก ไม่เหมาะในการฟื้นตัวของฉีเอ๋อร์! อีกอย่าง จนถึงตอนนี้แล้วคนของเผ่าคำสาปยังไม่ยอมเลิกราตามหาตัวฉีเอ๋อร์ เนื่องจากนางมีคัมภีร์หมื่นคำสาปของเผ่ากิเลนอยู่”
“พวกเราอยู่ข้างกายเจ้านานไปกว่านี้ มีหวังต้องทำให้เจ้าลำบากแน่ ฉะนั้นพวกเราจำเป็นต้องจากไป”
เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าวเสริม “อีกอย่างพวกเราก็ยังอดเป็นห่วงเฟิงอวิ๋นไม่ได้ แม้ว่าตั้งแต่เขาเกิดมาจะไม่เคยทำให้พวกเราต้องเป็นห่วงเลย แต่พวกเราก็ยังเป็นห่วงเขามากอยู่ดี!”
“แม้พวกเราจะไม่อาจเจอเขาได้อย่างโจ่