! ก่อนที่ซีจะเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ เจ้าช่วยรักษาอาการป่วยให้ข้าก่อนได้หรือไม่?”
มู่เฉียนซีมองจิ่วเยี่ยอย่างพิจารณาและกล่าวว่า “เจ้าไม่สบายเหรอ! เหตุใดข้าถึงดูไม่ออกเลย”
จิ่วเยี่ยอุ้มมู่เฉียนซีเดินกลับเข้าไปในห้อง เขากล่าวเสียงต่ำว่า “ดูเพียงผิวเผินจะดูออกได้อย่างไรกันล่ะ ข้าต้องถอดหมดต่างหากล่ะ ซีถึงจะดูออก”
“เจ้า…นี่เรียกว่าป่วยเสียที่ไหนกันเล่า?” มองดูรูปร่างของจิ่วเยี่ย มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นแล้ว
“ป่วยแน่นอน และมีเพียงซีเท่านั้นที่รักษาได้” จิ่วเยี่ยกล่าวพลางก้มลงมา
เช้าวันต่อมา มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
คนป่วยได้หายป่วยแล้ว ส่วนนาง น่าสังเวชยิ่งนัก
มู่เฉียนซีกัดฟันกรอดพลางกล่าว “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าสารเลว!”
มู่เฉียนซีรู้ว่าเขาได้ไสหัวกลับไปที่แดนนรกแล้ว
ยังมีคัมภีร์หมื่นคำสาปอีกส่วนที่ขาดอยู่ นั่นก็คือส่วนที่อยู่ในเผ่าหงส์ หากหาเจอได้เร็วที่สุด คำสาปดำมืดนั่นก็ไม่มีทางทำร้ายจิ่วเยี่ยได้อีกต่อไปแล้ว
ต่อมา มู่เฉียนซีก็ทิ้งภาระหน้าที่ไว้ให้คนข้างหลัง ส่วนตนเองเก็บตัวฝึกบำเพ็ญไป
ทุกคนต่างบ่นพร่ำรำพัน แต่อย่างไรแล้ว พวกเขาก็หวังให้มู่เฉียนซีแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
มู่เฉียนซีเข้าสู่มิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้นเพื่อเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ มิติที่มีพลังวิญญาณเข้มข้นเช่นนี้ ทำให้นางฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ…
นางกำลังจะทะลวงพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตแล้ว!
มู่เฉียน