เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าว “แม้ว่าคัมภีร์หมื่นคำสาปจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนให้เผ่าสัตว์เทพดูแลรักษา แต่เผ่าคำสาปก็ไม่เคยคิดล้มเลิกความคิดที่จะแย่งชิงมันไปเลย”
“หลังจากเวลาผ่านไป เผ่าสัตว์เทพทั้งสามเกิดโชคร้ายขึ้น เผ่าคำสาปมีคนคอยหนุนหลังอยู่ สถานการณ์ตอนนั้นของเผ่าสัตว์เทพย่ำแย่มาก”
“สามร้อยปีก่อน เผ่ากิเลนถูกทำลายล้างเผ่าไปแล้ว มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่หนีรอดมาได้”
“หากไม่ใช่เพราะว่าข้าบาดเจ็บสาหัส ข้าคงไม่ถูกเจ้าหมอนี่เล่นงานจนต้องมาถูกทำพันธสัญญาหรอก” เฟิงฉีเอ๋อร์จ้องมองไปที่ท่านปู่พลางกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความตกใจว่า “เผ่ากิเลนถูกทำลายล้างเผ่าอย่างนั้นเหรอเจ้าคะ”
เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าว “ใช่! ความแค้นของเผ่าในครั้งนี้ ข้าสาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้ได้! ซีเอ๋อร์ไปที่เผ่ามังกรมาแล้ว สถานการณ์ที่นั่นซีเอ๋อร์ก็คงจะรู้แล้วกระมัง”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “สถานการณ์ทางด้านเผ่ามังกรก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นถูกทำลายล้างเผ่า ส่วนเผ่าหงส์ไม่รู้จะเป็นเช่นไรบ้างแล้ว”
อย่างไรเสียนางก็ยังไม่ได้คัมภีร์หมื่นคำสาปอีกส่วนของเผ่าหงส์มา
เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าว “คัมภีร์หมื่นคำสาปยังไม่ได้ตกไปอยู่ในกำมือของเผ่าคำสาปแน่นอน มิเช่นนั้นพวกมันคงไม่อยู่อย่างสงบเช่นนี้หรอก”
“อืม!” จิ่วเยี่ยพยักหน้าพลางกล่าว
ท่านปู่กล่าว “ฉีเอ๋อร์อยู่กับข้า มีข้าคอยบดบังเอาไว้ คนของเผ่าคำสาปไม่มีวันเจอนางได้แน่นอน”
“พรสวร