ึงจะถูก!
เหตุใดถึงได้บริการเขาดีเช่นนี้ กินยาผิดขวดไปแล้วกระมัง!
และเมื่อน่าหลานอวี้กินเข้าไปคำหนึ่ง มองดูอาหารเต็มถ้วยตรงหน้าก็รู้ทันทีว่าตนเองถูกสหายหลอกเข้าแล้ว!
เยวี่ยเจ๋อและคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มยกตะเกียบคีบอาหารเข้าปากแล้วเช่นกัน แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วก็ตัวสั่นขึ้นทันที
ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ทุกคนล้วนแต่เผยสีหน้าท่าทางตกอกตกใจออกมา ท่านปู่จึงกล่าวว่า “กินต่อสิ! ต้องกินให้หมดนะ อย่าได้กินทิ้งกินขว้างให้สิ้นเปลืองเชียวล่ะ!”
ทุกคนในที่นี้ล้วนแต่อยากเลือกความตายเสียดีกว่า จวินโม่ซีแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ในฐานะที่ตนเองเป็นนักชิม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบเจอกับอาหารที่อันตรายถึงแก่ความตายเช่นนี้
และแน่นอนว่ามู่เฉียนซีนั้นไม่กล้ากิน ดังนั้นนางจึงคีบอาหารให้จิ่วเยี่ย
“จิ่วเยี่ย นี่คือน้ำใจของท่านปู่ เจ้าช่วยข้ากินหน่อยนะ รบกวนเจ้าแล้ว!”
องค์ชายจิ่วเยี่ยกินด้วยท่าทางนิ่งสงบ อีกทั้งยังชอบให้มู่เฉียนซีคีบอาหารให้อีกด้วย สิ่งนี้ทำให้คนอื่นขุ่นเคืองยิ่งนัก
เจ้าหมอนี่กินลง เสแสร้งต่อหน้าท่านปู่ได้ พวกเขาก็ทำได้!
เชียนอ้าวเซี่ยจึงเปิดศึกชิงกินอาหารของท่านปู่กับจิ่วเยี่ยขึ้น กินก็กิน ใครจะกลัวกันล่ะ!
พลังความแข็งแกร่งมิอาจสู้หวงจิ่วเยี่ยได้ แต่น่าหลานอวี้ไม่เชื่อว่าเขาจะเอาใจท่านปู่สู้กับจิ่วเยี่ยไม่ได้ เขาคีบอาหารขึ้นมากินพลางยิ้มไป และกล่าวกับท่านปู่ว่า “ฝีมือการทำอาหารของท่านปู่เป็นเลิศจริ