ของพวกเขาแล้ว มุมปากของนางก็กระตุกอย่างบ้าคลั่งทันที
สหายโง่เขลา! พวกเจ้าไม่รู้อะไรซะแล้ว ว่าอาหารอันโอชะที่พวกเจ้าคิดว่าอร่อย ความจริงแล้วมันน่ากลัวเพียงใด!
นี่มันที่สุดแล้วจริง ๆ!
ท่านปู่เดินมารับมู่เฉียนซีด้วยท่าทางกระตือรือร้น เขากล่าว “ซีเอ๋อร์มาแล้ว มา ๆ รีบนั่งลงเร็วเข้า มาชิมดูสิว่าฝีมือปู่ของเจ้าก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือไม่”
มู่เฉียนซีนั่งลง และทุกคนก็นั่งลงตาม ๆ กัน จากนั้นก็เริ่มกินได้!
และคนที่กินเป็นคนแรก แน่นอนว่าเป็นจวินโม่ซี ก็ใครใช้ให้เจ้าหมอนี่ตะกละกันล่ะ!
หลังจากที่จวินโม่ซีกินเข้าไป เขาก็แน่นิ่งตัวแข็งทื่อดุจดั่งก้อนหินทันที
ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง สีหน้าท่าทางเช่นนี้หมายความเช่นไรกัน?
หรือว่ามันอร่อยเกินไป เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นท่านนักปรุงยาจวินทำท่าทางเช่นนี้ออกมาเลย
เชียนอ้าวเซี่ยยกตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารกิน ผลลัพธ์ที่ได้…
ใบหน้าที่ขาวราวหิมะนั้นพลันดำคล้ำขึ้น!
พระเจ้าช่วย! เกิดมาชาตินี้ ชาติที่แล้ว ชาติของชาติที่แล้วเขาก็ยังไม่เคยกินอาหารที่รสชาติน่ากลัวเช่นนี้มาก่อนเลย
เขาเก็บอาการเอาไว้ และคีบอาหารให้น่าหลานอวี้ด้วยความกระตือรือร้น
“อวี้! เจ้าลองชิมดูสิ ข้าคีบให้!”
“ให้เจ้าด้วย!”
“…”
ภายในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เชียนอ้าวเซี่ยก็คีบอาหารให้น่าหลานอวี้เต็มถ้วยแล้ว
น่าหลานอวี้เองรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง คีบอาหาร เซี่ยก็ต้องคีบให้ซีเอ๋อร์สิถ