งคำสาปไปได้แล้ว รอให้หาท่านพ่อและคนอื่น ๆ เจอ ครอบครัวของนางก็จะกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
ตอนนี้ทั่วทั้งตำหนักเป่ยหานล้วนแต่อิ่มเอมไปด้วยความสุข และความสนุกสนาน เมื่อท่านปู่รู้สึกดีอกดีใจจนความสุขล้นทะลักออกมาเช่นนี้ ทันทีที่ตะวันโผล่ขึ้นเส้นขอบฟ้า ท่านปู่ก็รีบไปที่ห้องครัวในทันที
เขาเดินทอดน่องไปด้วยท่าทางมีความสุข มู่เฉียนซีมองดูรอยยิ้มนั้นบนใบหน้าเขา
จากนั้นต่อมา เมื่อถึงเวลาอาหาร ท่านปู่ก็ได้เชิญทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน
เขายิ้มพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าอารมณ์ดี ลงมือกับอาหารให้ทุกคนกินเองกับมือเลย มา ๆ ๆ! นั่งลง ๆ อย่าได้เกรงใจเชียว!”
ทุกคนล้วนแต่รู้ดีว่าชายชราท่านนี้คือท่านปู่ของมู่เฉียนซี จึงเกรงใจเขามาก
คนที่หน้าด้านหน้าทนมากที่สุดก็คือเชียนอ้าวเซี่ย เขากล่าวออกมาว่า “ท่านปู่! ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมยิ่งนัก อาหารมากมายเช่นนี้ ท่านปู่เป็นคนทำทั้งหมดเลยเหรอขอรับ!”
“ลำบากท่านแล้วขอรับ” น่าหลานอวี้กล่าวอย่างมีมารยาท
“นึกไม่ถึงเลยว่าท่านปู่จะเป็นพ่อครัวด้วย ช่างเป็นลาภปากยิ่งนัก”
จำต้องบอกเลยว่าอาหารที่ท่านปู่ทำนั้น ดูจากภายนอกแล้วไม่เลวเลย อีกทั้งยังชวนให้น้ำลายไหลน่ากินมากอีกด้วย
ดังนั้น เมื่อเจ้าตะกละจวินเห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะเช่นนี้ก็น้ำลายไหลย้อยลงมาทันที หากไม่ใช่เพราะมีผู้อาวุโสอยู่แล้วละก็ เขาคงจะพรวดเข้าไปกินเป็นคนแรกแล้ว
มู่เฉียนซีที่เดินเข้ามาได้ยินคำพูดเหล่านี้