นของเจ้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อเติบโตขึ้นมาก็ออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ ต่อสู้กับสัตว์เทพที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างเผ่ากิเลนและทำพันธสัญญากัน ภายใต้การฝึกฝนอันทรหดของสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ เขาก้าวหน้าได้ไม่เลวเลย”
“แต่เขาต่อต้านคัดค้านการแต่งงานของตระกูล นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะหลงรักสัตว์เทพเข้า แม้ว่าตระกูลมู่จะไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่ก็ยังต้องการรักษาความเป็นสายเลือดอยู่ สายเลือดมนุษย์ที่บริสุทธิ์เท่านั้น ที่ตรงตามมาตรฐานของตระกูลมู่”
“สุดท้าย เข้าจึงถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาท และถูกขับไล่ออกจากตระกูลมู่ในที่สุด”
ได้ยินเรื่องราวที่ผ่านมาของตนเองเช่นนี้ ท่านปู่มู่เหยี่ยนผู้นี้ก็ไม่ได้รู้สึกมีท่าทีเสียอกเสียใจเลย
สายตาของเขามองไปที่มู่เฉียนซีและเฟิงฉีเอ๋อร์ตลอดเวลา
จากนั้นท่านปู่มู่เหยี่ยนก็กล่าวว่า “ตอนแรกข้าเองก็ไม่ได้อยากเป็นองค์รัชทายาทหรอก และก็ไม่อยากเป็นผู้สืบทอดของราชวงศ์ตงหวงด้วย ข้าจึงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ”
มู่เฉียนซีมองไปที่สัตว์น้อยตัวนี้ เล็กกว่าอู๋ตี้มาก นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นสัตว์เทพเผ่ากิเลน
นางกล่าว “เช่นนั้นสัตว์เทพเผ่ากิเลนผู้นั้นก็คือท่านย่า มิน่าล่ะว่าทำไมอารองถึงได้ปลุกสายเลือดเผ่ากิเลนขึ้นมาได้ ที่แท้สายเลือดอีกครึ่งของอารองก็คือสายเลือดกิเลนนี่เอง”
ท่านปู่กับเฟิงฉีเอ๋อร์ได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เฟิงหลิงปลุกสายเลือดเผ่ากิเลนอย่างนั้นเหรอ?”
มู่เฉ