นใดแน่นอน”
เฟิงฉีเอ๋อร์บอกกับท่านปู่ตงหวงผ่านกระแสจิตอีกครั้งว่า “เลือดของข้า ร่างกายของข้าดีขึ้นเล็กน้อยไม่ได้ส่งผลกระทบอันใดหรอก เจ้าเอาแต่กังวลนู่น กังวลนี่อยู่ได้!”
หลังจากที่พลังแข็งแกร่งขึ้น เฟิงฉีเอ๋อร์จึงเปล่งเสียงออกมาว่า “ซีเอ๋อร์!”
“ซีเอ๋อร์! ซีเอ๋อร์ของข้า” นางตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
และผลลัพธ์ต่อจากนั้นก็คือ ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นของจิ่วเยี่ยเคร่งขรึมลง เขากล่าวเสียงเย็นชาว่า “ซีเป็นของข้า!”
“ข้าพูดได้แล้ว ข้าพูดกับซีเอ๋อร์ได้แล้ว”
และท่านปู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถูกเพิกเฉยไปเสียแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เล่าเรื่องทุกอย่างให้ข้าฟังได้หรือไม่ เรื่องของพวกท่าน ท่านพ่อของข้า แล้วก็เรื่องของข้า”
เฟิงฉีเอ๋อร์กล่าว “เรื่องนี้มันยาว ต้องค่อย ๆ เล่า ซีเอ๋อร์เจ้าอดทนฟังหน่อยนะ”
“ราชวงศ์ตงหวงเป็นราชวงศ์ที่มีมานับหมื่นปี เป็นกองกำลังระดับห้าที่มีอำนาจมากในแดนซวนเทียน ตระกูลมู่แห่งราชวงศ์ตงหวงก็มีมานานนับหมื่นปี ในตระกูลมีอัจฉริยะที่น่าทึ่งอยู่ไม่น้อย”
“และแน่นอนว่าไม่ใช่ท่านปู่ของเจ้า! ท่านปู่ของเจ้ามีเสด็จพ่อที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนซวนเทียน แต่เขาได้ครองตำแหน่งองค์รัชทายาทมาตั้งแต่กำเนิด พรสวรรค์ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย”
“หากเป็นตระกูลคนธรรมดาก็นับว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ในตระกูลมู่กลับไม่ใช่ มันธรรมดาเกินไป! ไม่อาจเทียบกับบุตรชายของตัวเองอย่างอารองของเจ้าได้เลย”
“แต่ถึงกระนั้นท่านปู่มู่เหยี่ย