มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ท่านปู่ตงหวง! ท่านอย่าได้ตื่นเต้นไปเลย พูดมาเถอะ!”
นางไม่ได้แซ่เดียวกัน เพราะในใจรู้ตัวตนของเขาอยู่แล้ว
ท่านปู่ตงหวงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ อันที่จริงแล้วข้าไม่ได้มีแซ่ว่าตงหวง ข้าเกิดมาจากสายเลือดตระกูลมู่แห่งราชวงศ์ตงหวง ชื่อว่ามู่เหยี่ยน ข้าเป็นบุตรชายของอดีตฮ่องเต้ราชวงศ์ตงหวงคนก่อน เคยเป็นองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ตงหวงมาก่อน เพียงแต่ถูกปลดจากตำแหน่งไปแล้วก็เท่านั้น”
“ข้าเป็นคนไร้ประโยชน์ ทอดทิ้งลูก ทอดทิ้งหลาน และบุตรชายคนโตของข้าก็คืออมู่เฟิงอวิ๋น”
“ข้า…”
วิธีการบรรยายเรื่องเช่นนี้ มู่เฉียนซีรับไม่ค่อยได้ นางจึงเดินไปตรงหน้าท่านปู่ตงหวง เฟิงฉีเอ๋อร์กระโดดไปในอ้อมแขนของมู่เฉียนซีทันที
ช่างไม่รู้จักวิธีการพูดเอาซะเลย! นางร้อนอกร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว
มู่เฉียนซีเอายาลูกกลอนออกมาหลายเม็ดให้กับท่านย่าผู้น่ารักของนาง ตอนนี้ร่างกายของมันอ่อนแอมาก และยังไม่คงที่ ทำให้ตอนนี้ไม่อาจเปล่งเสียงกล่าววาจาใดออกมาได้!
ต้องเสริมพลัง ให้ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับของสัตว์วิญญาณที่สามารถพูดได้ก็ดี
เฟิงฉีเอ๋อร์กัดกินยาลูกกลอนอย่างเอร็ดอร่อย มันอร่อยจริง ๆ หลังจากที่กินเข้าไปแล้วมันก็พบว่าพลังของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ท่านปู่เองก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น “ซีเอ๋อร์ ฝืนบังคับให้พลังเพิ่มขึ้นเช่นนี้ มันจะไม่ส่งผลกระทบอันใดใช่หรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านปู่วางใจได้ ไม่ส่งผลกระทบอั