ยนซีลุกขึ้นนั่งก่อนจะกล่าวว่า “ง่ายมาก พวกท่านดูสายตาของพวกท่านสิ นอกจากความรักแล้วยังจะมีสิ่งใดอีก”
“ท่านปู่! ท่านไปเสริมพลัง เสริมความแข็งแกร่งของร่างกายสักหน่อยเถอะ พวกท่านลองคิดดูให้ดี และต่อจากนี้ห้ามโกหกข้าอีก ต้องตอบตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา!”
มู่เฉียนซีกล่าวจบก็ถูกจิ่วเยี่ยอุ้มขึ้น และพานางตรงไปหาของกินที่ห้องอาหาร
ท่านปู่ตงหวงกล่าว “ฉีเอ๋อร์ หรือว่าเราจะหนีไปดี!”
“หากทำเช่นนั้น ซีเอ๋อร์ต้องกินพวกเราเป็นแน่”
“ซีเอ๋อร์ต้องเกลียดชังข้าแน่นอน นางต้องเสียใจทีหลังแน่นอนที่ช่วยข้า นางต้องเสียใจทีหลังแน่นอน นางต้อง…”
เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ท่านปู่ตงหวงก็รู้สึกกลัวขึ้นมา มีเพียงแค่ทางเดียวที่คิดออก นั่นก็คือการหลบหนี
“เจ้ามันปอดแหกยิ่งนัก การหลบหนีมันไม่ใช่ทางออก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องรับให้ได้ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้ว!” ท่านปู่ตงหวงก็เป็นคนกลัวเมียเช่นกัน ไม่ว่าภรรยาจะกล่าวสิ่งใดล้วนแต่ถูกต้องเสมอ ไม่อาจคัดค้านได้
“ไม่ต้องห่วงหรอก ซีเอ๋อร์นางเป็นคนดี”
ขณะเดียวกัน จิ่วเยี่ยก็ป้อนมู่เฉียนซีจนอิ่มหนำ นางกินยาลูกกลอนเข้าไปไม่น้อย ดื่มโอสถเข้าไปไม่น้อยเช่นกัน สีหน้าของนางตอนนี้ดีขึ้นมาก
ทันทีที่นางกลับมา ก็เห็นท่านปู่ตงหวงนั่งตัวตรง และมองดูสัตว์วิญญาณน้อยตัวนั้นด้วยท่าทีประหม่า
ท่านปู่ตงหวงกล่าว “ซีเอ๋อร์ นั่งเถอะ!”
“หลานเขย นั่งสิ!”
จิ่วเยี่ยให้มู่เฉียนซีเดินไปด้านหน้า