มู่เฉียนซีกล่าว “ต่อให้เจ้าไม่ให้ข้าเข้าไป ข้าก็จะเข้าไป และต่อให้เจ้าไม่เปิดให้ ข้าก็มีวิธีเปิดของข้าอยู่ดี”
มู่เฉียนซีเอากลีบดอกบัวสีฟ้าดอกหนึ่งออกมา และวางลงบนฝ่ามือของจิ่วเยี่ย
“ตอนนั้นเจ้ามอบมันให้ข้า ตอนนี้ข้าคืนมันให้เจ้าแล้ว เราไปหาเยี่ยเฉียกันเถอะ”
นางกลัวว่าจิ่วเยี่ยจะมาฆ่าเยี่ยเฉียที่นี่คนเดียวในขณะที่เขากำลังรักษาตัวอยู่ จึงไม่ได้มอบกลีบดอกนี้ให้แก่เขา
จิ่วเยี่ยรับกลีบดอกนี้มา มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เราไปกันเถอะ!”
เยี่ยเฉียได้หลงลืมเรื่องหนึ่งไปแล้ว มู่เฉียนซีมีกลีบดอกของผู้พิทักษ์นิรันดร์อยู่ และเขาก็มีกลีบดอกนั้นอยู่ที่นี่เช่นกัน!
และนี่คือตำแหน่งที่ดีที่สุด แต่เขาไม่อาจขวางได้!
สุ่ยจิงอิ๋งส่งมู่เฉียนซีไปยังด้านล่างของเสาสวรรค์แห่งวังดอกบัวเงินคราม เนื่องจากกลีบดอกของสุ่ยจิงอิ๋งก็อยู่ที่เสาสรรค์นั้นเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้นร่างในชุดดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น “เจ้ามาแล้วจริง ๆ ด้วย!”
เขามองไปที่มู่เฉียนซี นัยน์ตาของเขามีความปั่นป่วนมาก
แม้ว่าจะมีความละโมบโลภมากอยู่ แต่ก็ยังมีความหวาดกลัว และความแค้นอยู่นัยน์ตาคู่นั้นด้วย!
เยี่ยเฉียกล่าว “เจ้าจะเอาเช่นไรกันแน่ เจ้าทำลายแผนการของข้า ตอนนี้ยังจะมาฆ่าข้าอีกอย่างนั้นเหรอ?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ต้องฆ่าทำลายล้างให้สูญสิ้นอย่างแน่นอน คนอย่างเจ้า ฆ่าให้ตายเร็วได้เท่าไร ดินแดนแห่งนี้ก็จะสงบและน่าอยู่มา