กขึ้นเท่านั้นไม่ใช่หรอกเหรอ?”
“ฮ่า ๆ ๆ! จะฆ่าทำลายข้า ข้าเป็นถึงผู้นำแห่งเผ่าวิญญาณร้าย ข้าคือเทพมาร ทางที่ดีที่สุด เจ้ารีบหนีไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เถอะ มิเช่นนั้นก็อย่ามากล่าวโทษข้า!”
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นของจิ่วเยี่ยกวาดมองไปที่เยี่ยเฉียราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งก็มิปาน
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ซี เจ้าถอยไป ประเดี๋ยวก็เรียบร้อยแล้ว!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้!” เยี่ยเฉียโกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว
“เจ้าคิดว่าพลังอันน้อยนิดของเจ้า จะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นเหรอ?” มาถึงขั้นนี้แล้ว เยี่ยเฉียก็ตัดสินใจสู้จนตัวตายแล้ว
ไม่ได้คิด แต่เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
พลังแห่งวิญญาณร้ายของเยี่ยเฉียแผ่ซ่านออกมา เขาเตรียมพร้อมจะต่อสู้อย่างสุดชีวิต!
แต่พลังเหล่านี้ของเขาเมื่อปรากฏขึ้นต่อหน้าพลังอันดำมืดของจิ่วเยี่ยแล้วช่างเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย
เยี่ยเฉียมองไปที่ชายชุดดำผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ “เป็นไปได้ยังไง นี่พลังของเจ้าถึงขั้นไหนกันแน่?”
ชั่วพริบตาเดียวนั้น พลังของเยี่ยเฉียก็กลายเป็นความว่างเปล่าไปทันที
เห็นได้ชัดว่าในตอนแรกชายชุดดำผู้นี้กับพิฆาตวิญญาณต้องร่วมมือกันถึงจะเอาชนะร่างแยกของเขาได้ แต่ตอนนี้ชายชุดดำผู้นี้เพียงคนเดียว นึกไม่ถึงเลยว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ในตอนที่สู้กันในศึกครั้งใหญ่ที่ดินแดนสี่ทิศ ดินแดนมีการยับยั้ง และจิ่วเยี่ยก็ยังกลัวคำสาปด้วย เขาจึงรั้งมือเอาไว้
ทว่า ตอ