ะ
ในตอนนี้เอง จิ่วเยี่ยที่โอบกอดมู่เฉียนซีอยู่ก็ได้เอ่ยปากกล่าวขึ้นแล้ว
“ภิกษุต้าจู๋จิ้งจิ่วเทียนใช่หรือไม่?”
ภิกษุต้าจู๋มองไปที่ชายชุดดำผู้ดุจดั่งเทพมารตรงหน้าผู้นี้ด้วยความแปลกใจ คนผู้นี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยความชั่วร้ายและความโชคร้าย แต่เขากลับยังมีชีวิตรอดมาได้อย่างแข็งแกร่งจนถึงตอนนี้
และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อไปมากกว่านั้นก็คือ เขาสนิทสนมกับผู้ครอบครองวิญญาณลิขิตสวรรค์ผู้นี้มาก
และเมื่อภิกษุต้าจู๋เห็นดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นแล้ว เขาก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “ที่แท้ก็เป็นองค์ชายจิ่วเยี่ยนี่เอง”
“ในเมื่อองค์ชายจิ่วเยี่ยรู้จักข้า เช่นนั้นประสกผู้นี้ก็วางใจได้แล้วใช่หรือไม่”
มู่เฉียนซีตกใจขึ้นเล็กน้อย นางมองหน้าจิ่วเยี่ยพลางกล่าว “จิ่วเยี่ย ภิกษุผู้นี้ไว้ใจได้จริง ๆ ใช่หรือไม่?”
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่ภิกษุต้าจู๋ และกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ร่างไร้วิญญาณร่างนี้ เจ้าเอาไปได้! แต่ต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”
.
.