าครอบครอง เขาจึงอดทนมาได้ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาได้คืนฝักกระบี่ให้แก่เจ้าแล้ว เขา…”
“เขาก็ดับสูญไปแล้ว!”
รูม่านตาของมู่เฉียนซีหดตัวลง “หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอิน ว่ายังไงนะ ดวงจิตของอินรั่วเฉินดับสูญไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
พิฆาตวิญญาณกล่าว “ใช่! ตอนที่เขาคืนฝักกระบี่ให้เจ้า ดวงจิตของเขาก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว”
“เป็นอะไรไปล่ะ แมวน้อย เจ้าอาลัยอาวรณ์ภิกษุผู้นั้นเหรอ”
“หรือว่าเจ้าจะฆ่าข้า เพื่อเป็นการแก้แค้นให้เขาล่ะ?”
มู่เฉียนซีมองพิฆาตวิญญาณด้วยสีหน้าที่เย็นชา
พิฆาตวิญญาณกล่าว “เขารู้ชะตาชีวิตของตัวเองตั้งนานแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามีความปรารถนาจะให้เจ้าทำพันธสัญญากับข้ามาก ต่อให้เขารู้ว่า ไม่ว่าข้าจะถูกเจ้าทำพันธสัญญา หรือว่าเจ้าจะกลายเป็นทาสกระบี่ของข้า เขาก็ต้องตาย ดวงจิตต้องดับสูญอยู่ดี”
“ข้าจะกล่าววาจาพร่ำเพรื่อเช่นนี้ไปทำไมกัน อย่างไรเสียข้าก็ต้องตกอยู่ในกำมือของเจ้าอยู่ดี จะจัดการข้าเช่นไรก็แล้วแต่เจ้าต้องการเถอะ”
มู่เฉียนซีนึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน ภิกษุที่ไล่ตามเพื่อแย่งชิงมังกรเพลิงอย่างไม่ยอมรามือกับนางได้บอกกับนางว่า มังกรเพลิงจะทำให้นางเกิดอันตราย
มิน่าล่ะว่าเหตุใดเขาถึงได้มองออกตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ว่างูตัวเล็กผู้อ่อนแอตัวนั้นคือมังกรเพลิง ที่แท้ พิฆาตวิญญาณก็อยู่ในร่างของเขานี่เอง เช่นนั้นเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรเล่า
ตอนที่อยู่ในเมืองเหยียนครั้งนั้น ตอนที่แย