ป็นอย่างดี แต่การกระทำของนางนั้นหยาบคายมาก
สายตาของมู่เฉียนซีมองร่างที่แช่อยู่ในถังยานั้นอย่างเย็นชา “เป่ยกงจั๋ว ข้าจะต้องถลกหนังเจ้าออกมาให้ได้แน่”
“กู้ไป๋อี เจ้านั่นก็เหมือนกัน! เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปจากข้าได้เหรอ?” มู่เฉียนซีกัดฟันกรอดพลางกล่าว
ค่ายกลส่งตัวระยะไกลถูกทำลายไปแล้วสามวัน จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังตรวจสอบหาสาเหตุไม่เจอ
เมื่อสามวันผ่านไปย่างเข้าวันที่สี่ พลังสีดำอันลึกลับก็ได้ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
พลังอันชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมา ผู้ที่มีสุขภาพไม่ค่อยดีต่างก็เจ็บไข้ล้มป่วยไป
มู่เฉียนซีเงยหน้าแหงนมองท้องฟ้า ก่อนจะกล่าวเสียงขรึมว่า “นี่มัน…นี่มันพลังของเผ่าวิญญาณร้ายนี่”
“เยี่ยเฉีย คิดจะทำสิ่งใดกันแน่!”
มู่เฉียนซีเริ่มออกคำสั่ง “ไปตรวจสอบหาต้นตอของพลังวิญญาณร้ายนี้ รีบไปเร็วเข้า!”
“ขอรับ!”
“สถานการณ์ทางด้านทุ่งรกร้างเรียบร้อยดีหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ทางด้านทุ่งรกร้างไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึม “เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด!”
“ข้าจะไปเตรียมตัวปรุงยา!”
พลังวิญญาณร้ายนี้ นางได้ศึกษายาออกมารับมือได้แล้ว
ในขณะที่นางศึกษาตัวยาออกมาได้ ก็มีข่าวมาจากแดนตะวันตก
แคว้นเทพฟ้านอินแห่งแดนตะวันตกได้ส่งสาส์นเชิญมายังมู่เฉียนซี หัวหน้าหอหมอปีศาจ และตัวแทนของตำหนักเป่ยหานไปปรึกษาหารือกันที่แคว้นเทพฟ้านอิน
ดินแดนสี่ทิศกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ครั้งนี้ ไม่เพียง