ของพี่สาวผู้นั้น”
หรือว่า ผู้ที่ปิดตายค่ายกลส่งตัวระยะไกลจะเป็นสุ่ยจิงอิ๋ง สุ่ยจิงอิ๋งขวางนางไม่ให้ไปอย่างนั้นเหรอ?
ไม่ใช่สิ สุ่ยจิงอิ๋งยังคงหลับใหลอยู่ กลีบดอกส่วนที่ตกอยู่ในมือของเยี่ยเฉียกลีบนั้นอยู่ห่างไกลมาก จะรู้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นทางนี้ได้อย่างไรกัน
ขณะเดียวกัน อินรั่วเฉินก็รีบมาด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีไม่ได้เป็นอะไร เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน!”
เขามองไปยังศพที่เอนกายนอนอยู่ตรงนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที!
เนื่องจากศพนั้นเอนกายโดยไม่ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด จึงมีน้อยคนนักที่จะสามารถแยกแยะระหว่างเป่ยกงจั๋วและเป่ยกงหานออกจากกันได้
“ภิกษุ!”
เซียวเหยารีบดึงอินรั่วเฉินพลางกล่าวว่า “ไม่ว่าพวกเราจะพูดเช่นไรนายท่านก็ไม่ยอมฟัง พวกเราก็ไม่รู้จะปลอบใจนางเช่นไรแล้ว ท่านสวดมนต์ได้เก่งมามิใช่หรือ? เช่นนั้น ข้ามอบหน้าที่นี้ให้ท่านก็แล้วกัน”
ในตอนนี้พวกเขาดีใจมากที่ค่ายกลส่งตัวระยะไกลพังลงไป จึงทำให้ขวางนายท่านเอาไว้ได้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“เรื่องนี้ช่างน่าแปลกยิ่งนัก ไม่รู้ว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินมีความเห็นเช่นไร” น่าหลานอวี้กล่าวเสียงต่ำ
อินรั่วเฉินฟังจบก็ตกใจขึ้นเล็กน้อย ที่แท้คนที่ตายก็คือเป่ยกงจั๋ว
ไม่สิ เป่ยกงจั๋วยังไม่ตาย!
เขาเดินไปตรงหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวว่า “แม่นางมู่ หัวหน้าตำหนักเป่ยหานคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิ