ีกลับไม่ยอมคุกเข่าลงง่าย ๆ!
สายฟ้าอีกสายหนึ่งฟาดฟันลงมาอีกครั้ง พลันนั้นร่างในชุดสีม่วงก็พุ่งลงมาจากกลางอากาศ
“เสี่ยวไป ข้ามาช้าไปแล้ว ขอโทษด้วย!”
“ซีเอ๋อร์ รีบหลบไป!”
เมื่อเห็นว่าสายฟ้านั้นกำลังจะโจมตีมู่เฉียนซี สีหน้าท่าทางอันสงบและเย็นชานั้นของกู้ไป๋อีก็พลันเปลี่ยนไปในทันที
ตื่นตระหนก เป็นกังวล และหวาดกลัว!
เป่ยกงจั๋วเห็นสีหน้าท่าทางอันหลากหลายนั้นของกู้ไป๋อีเข้า ก็หัวเราะขึ้นอย่างชอบใจ “หาน สีหน้าท่าทางของเจ้าเช่นนี้ ไม่เลวเลย! เช่นนี้ ข้าก็ยิ่งอยากจะทำลายนางมากยิ่งขึ้นเสียแล้วสิ”
ระดับการโจมตีของเป่ยกงจั๋วทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ หากการโจมตีนี้ฟาดฟันลงบนร่างของมู่เฉียนซีเข้าแล้วละก็ ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสมากเป็นแน่
“เป่ยกงจั๋ว!” กู้ไป๋อีเห็นเช่นนี้เข้า เขาก็ตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
กู้ไป๋อีรีบพุ่งไปที่มู่เฉียนซี ทว่า มันก็สายเกินไป!
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดฟันลงบนร่างของมู่เฉียนซีโดยตรง แต่ร่างในชุดสีม่วงนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
“องค์รัชทายาทเป่ยกง! ข้าว่า สายฟ้ากระจอก ๆ นั้นของเจ้า มันไม่เพียงพอที่จะทำให้ข้ารู้สึกคันได้เลยแม้แต่น้อย! ช่างอ่อนหัดเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!” มู่เฉียนซีมองหน้าเป่ยกงจั๋วพลางกล่าวอย่างเย้ยหยัน
นางที่ถูกอัสนีสวรรค์ฟาดฟันมาหลายครั้ง เมื่อเทียบกับสายฟ้าที่ก่อตัวมาจากพลังวิญญาณของเป่ยกงจั๋วแล้ว สำหรับนางนับว่ากระจอกมาก
มู่เ