ต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บพอ ๆ กัน และในขณะที่อินรั่วเฉินและมู่เฉียนซีปรากฏตัวออกมานั้น ดวงตาที่ไร้ซึ่งคลื่นใด ๆ คู่นั้นของชิงอิ่งก็พลันฉายแววดีใจออกมา
“เฉียน!”
อินรั่วเฉินกล่าว “แม่นางมู่ พักก่อนเถอะ! ข้าจะไปรับมือกับปรมาจารย์แห่งแคว้นเอง”
เมื่อปรมาจารย์แห่งแคว้นเห็นอินรั่วเฉินออกมาได้เช่นนี้ เขาก็ตกตะลึงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ท่านเทพมารล่ะ?”
“เหตุใดข้าถึงไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของท่านเทพมารแล้ว หรือว่าเจ้า อินรั่วเฉิน เจ้า…”
“นี่มัน เป็นไปได้ยังไงกัน?”
ตอนนี้ปรมาจารย์แห่งแคว้นสั่นไปทั้งตัว เขากำลังหวาดกลัว…หวาดกลัวอินรั่วเฉิน
หรือว่าจะไม่ใช่เพียงแค่อินรั่วเฉินคนเดียว?
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าภิกษุเฒ่า เจ้าหยุดคำนึงหาเทพมารอะไรนั่นของเจ้าได้แล้ว! เขาถูกข้าทำลายวิญญาญดับสูญไปแล้ว”
แน่นอนว่าเขายอมเชื่อว่ามู่เฉียนซีเป็นคนฆ่า แต่เขาไม่เชื่อว่าอินรั่วเฉินจะเป็นคนฆ่า
“เศษเสี้ยววิญญาณของท่านเทพมารดับสูญไปแล้ว ภารกิจของข้าก็ล้มเหลวแล้ว แต่ข้าไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าอยู่เป็นสุขแน่”
ดูเหมือนว่าปรมาจารย์แห่งแคว้นบ้าคลั่งไปแล้ว พลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมา
“อมิตาพุทธ!” อินรั่วเฉินยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกัน และกล่าวด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ
ภายในชั่วพริบตาเดียว แสงสีทองอร่ามก็เปล่งประกายส่องสว่างเจิดจรัสขึ้น!
“ความหมายอันลึกซึ้งแห่งพุทธะ โพธิคือความว่างเปล่า!”
ตูม!
แสงสีทองอร่ามนั้นทำให้ดินแดนศัก