พลังนั้นโจมตีอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในของอินรั่วเฉินแทบจะแหลกสลาย ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดคำโตออกมา
“ช่างอ่อนแอยิ่งนัก! การที่ข้าไม่ฆ่าเจ้าก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้านะ” เยี่ยเฉียกล่าว
ในตอนนี้ อินรั่วเฉินใช้พลังสุดท้ายที่เหลืออยู่พุ่งไปข้างกายมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีหมดสติไปแล้ว พลังจิตของนางกำลังต่อสู้อยู่กับเยี่ยเฉีย พลังของเจ้าประหลาดผู้นี้กดนางจนนางแทบจะหายใจไม่ออก
ทว่า นางจะพ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
และในตอนนี้เองอินรั่วเฉินก็หยิบกระบี่มังกรเพลิงขึ้นมาแล้ว
“ใครอนุญาตให้เจ้ามาแตะต้องข้า ปล่อยเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะแผดเผาเจ้าซะ” มังกรเพลิงไม่ยอมให้คนอื่นมาแตะต้องมัน หากคนอื่นมาแตะต้องมันก็จะโมโหและเกรี้ยวกราดใส่
“ปล่อย…”
ทว่า จู่ ๆ มังกรเพลิงก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น
“เจ้า…นี่เจ้า…”
มังกรเพลิงกำลังสั่นสะท้าน
“หยุดเอะอะโวยวายสักที!”
เสียงของอินรั่วเฉินไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนก่อนแล้ว แต่กลับเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
มังกรเพลิงไม่กล้าขัดขืน และไม่กล้าส่งเสียงเอะอะโวยวาย
มันกล่าว “ฆ่าเจ้าสารเลวนั่นซะ ช่วยนายท่านให้ได้”
ร่างในชุดสีเหลืองอ่อนถูกเปลวไฟห่อหุ้มขึ้นภายในชั่วพริบตา
ไม่ใช่เปลวไฟ แต่กลับเป็นทะเลเพลิง!
ดวงตาคู่นั้นของอินรั่วเฉินพลันแดงก่ำอย่างกระหายเลือด
“ก็แค่มดปลวก แต่กลับลอยไปลอยมาเกะกะขวางตาข้า ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหา