่งยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟมากขึ้น
“หุ่นเชิดนี้มีอารมณ์และความรู้สึก ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!” เป่ยกงจั๋วกล่าว
ฉึก!
ปัง!
เปรี๊ยะ!
เมื่อใดก็ตามที่อินรั่วเฉินจะลงมือกับมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีก็จะทำให้เขาหมดสติไปอย่างไม่เกรงใจ การทำให้เขาสลบ ไม่ว่าจะใช้ยาพิษทำให้เขาสลบ หรือฟาดให้เขาสลบ ล้วนไม่เลือกวิธี!
สำหรับวิธีการต่าง ๆ มากมายของมู่เฉียนซีนั้น เยี่ยเฉียรู้สึกจนปัญญาแล้วจริง ๆ
“หรือไม่เจ้าก็ฆ่าเขาเสียเถอะ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี”
ไม่มีอันใดคืบหน้า วิญญาณเป็นสิ่งที่รักษายากที่สุด เนื่องจากมันมีความซับซ้อนมาก
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจว่า “เจ้าที่ช่วยเหลือค้ำจุนสิ่งมีชีวิตมากมายมาโดยตลอด เหตุใดถึงถูกครอบงำได้เล่า”
“คิดว่าข้าจะทำใจฆ่าเจ้าไม่ลงจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ! แต่หากข้าฆ่าเจ้าแล้วข้าจะไปเอาฝักกระบี่จากที่ใดกันเล่า”
“อินรั่วเฉิน ข้าได้ยินว่าการสวดมนต์สามารถขจัดจิตใจที่วุ่นวายฟุ้งซ่านได้ เจ้าลองสวดมนต์ให้ข้าฟังสักท่อนสิ”
“นา มอ ออ หมี ถัว ฝอ (นะโม อมิตาภพุทธะ)…อู๋ ซ่าง…”
มู่เฉียนซีสวดมนต์ออกมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย นางที่กำลังสวดมนต์อยู่รู้สึกเบื่อหน่ายจนตัวเองแทบจะหลับไปแล้ว
และทันใดนั้นเอง น้ำเสียงอันแจ่มชัดเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “แม่นางมู่ไม่ตั้งใจสวดเลย สวดมนต์เช่นนี้ไม่สมควรจะได้ออกบวชนะ”
มู่เฉียนซีตกใจสะดุ้งขึ้น “เจ้าได้สติแล้วเหรอ?”
อินรั่วเฉินกล่าว “บทสวดที่แม่นางม