ู่สวดได้ผลดีทีเดียว ข้าจึงฟื้นและได้สติกลับมาแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความงงงวยว่า “มีสิ่งลี้ลับอันใดหรือไม่ ยาของข้าใช้ไม่ได้ผล แต่พอข้าสวดมนต์กลับได้ผลดีเช่นนี้”
อินรั่วเฉินกล่าว “เพราะบทสวดที่แม่นางมู่สวดทำให้ข้าคิดขึ้นได้ว่าข้าบำเพ็ญในทางธรรม จิตใจของข้า ไม่ว่าจะเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”
อินรั่วเฉินมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวพลางกล่าว “ข้าเคยฝืนตัวเอง เคยอ้างว้าง เคยสับสน เคยเบื่อโลกใบนี้มาก่อน…”
มู่เฉียนซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ช้าก่อน! นี่เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าคืออินรั่วเฉินน่ะ”
เขาเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากประสกทั้งปวง ไม่ทำเรื่องอืดอาดยืดยาดแน่นอน…
“ข้าปลอมร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดออกมา ปกปิดสิ่งที่น่ารังเกียจมากของข้าเอาไว้ จนกระทั่งข้าได้เจอกับสหายเช่นเจ้า แม่นางมู่ ข้ารู้สึกขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าของข้ามากที่ดลบันดาลให้ข้าได้เจอกับเจ้า บางทีความมุ่งมั่นทุกอย่างอาจไม่ได้สูญเปล่าก็ได้”
มู่เฉียนซีแบะปากพลางกล่าวว่า “พระอย่างเจ้ากล่าววาจาอะไรข้าฟังไม่รู้เรื่อง”
“ต่อไปแม่นางมู่ก็จะเข้าใจเอง” อินรั่วเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เป็นไปได้ยังไง?” และผู้ที่ตกตะลึงที่สุดก็คือเยี่ยเฉียนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าว “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้! เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถควบคุมบังคับจิตใจคนอื่นได้อย่างนั้นเหรอ ใจคนมันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอกนะ”
“เยี่ยเฉีย โผล่