มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เป่ยกงจั๋ว เจ้าอย่าได้กล่าววาจาไร้สาระอยู่เลย ส่งตัวเสี่ยวไป๋มา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะได้พาสุนัขรับใช้ของเจ้าไสหัวกลับไปแดนซวนเทียนเสียที!”
เป่ยกงจั๋วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ซีเอ๋อร์ ไม่ได้เจอกันนาน นับวันเจ้ายิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ”
ส่วนกู้ไป๋อีที่ถูกมัดตัวอยู่ในตอนนี้ก็หันมองไปที่มู่เฉียนซีเช่นกัน เมื่อเห็นมู่เฉียนซีปลอดภัยดีเช่นนี้ เขาก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ซีเอ๋อร์ รีบหนีไป! เป่ยกงจั๋วไม่มีทางฆ่าข้าจริง ๆ หรอก”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่รู้อะไร คราก่อนเป่ยกงจั๋วและพวกถูกพวกข้าโจมตีจนทัพแตกกระเจิง และครั้งนี้ เขาก็จะต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย”
เป่ยกงจั๋วยิ้มพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน! เจ้าคิดว่าครั้งนี้ท่านจื่อโยวจะมาช่วยเจ้าอีกอย่างนั้นเหรอ?”
“ข้ากับมู่หลินหลางได้ตกลงกันแล้ว ให้นางยับยั้งคุกโลหิตไว้ เมื่อถึงเวลานั้น กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็จะเป็นของนาง ตอนนี้ท่านจื่อโยวก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่มีจื่อโยว เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าเหรอ?”
“อ้อ! ยังมีโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินอีกคน ตอนนี้เขากำลังเก็บตัวฝึกบำเพ็ญอยู่ จำนวนตัวช่วยของเจ้าลดลงไปอีกหนึ่งแล้ว”
“แม้ว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์จะเก็บตัวฝึกบำเพ็ญอยู่ แต่พวกอาตมาก็พร้อมรับคำสั่งของหัวหน้าหอมู่อยู่ต