จะกลับไปถึงฐานที่มั่นของข้าแล้ว”
“ฐานที่มั่นของพี่สาวมู่เป็นเช่นไรเหรอ?”
“ก็มีคนมากมาย มียา มีเงิน แถมยังมีของกินอร่อย ๆ อีกด้วยนะ” มู่เฉียนซีตอบ
ลั่วเหมี่ยวตั้งหน้าตั้งตารอคอย แต่เมื่อนึกถึงหัวหน้าเกาะลั่วแล้ว อารมณ์ของนางก็หดหู่ลง
“ข้าจะไม่สร้างความลำบากให้พี่สาวมู่จริง ๆ เหรอ?”
“ไม่หรอก! เจ้าอย่าคิดมากไปเลย เจ้าเหนื่อยแล้ว พักผ่อนเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
ทางด้านเกาะเมฆาในตอนนี้ ชายชุดดำผู้หนึ่งมองหน้าของหัวหน้าเกาะลั่วด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งขรึม “ลั่วอี้โจว ตกลงมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ เกาะเมฆาของพวกเรามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพทะลุมิติเข้ามาได้อย่างไรกัน เจ้าอยากชี้แจงสักหน่อยหรือไม่?”
“ลั่วซานโจว ข้าเป็นหัวหน้าเกาะเมฆา เจ้าควรจะพูดจารู้จักเกรงอกเกรงใจซะบ้างนะ” หัวหน้าเกาะลั่วเองก็โกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว
ลั่วซานโจวกล่าวเย้ยหยัน “ก็แค่สวะไร้ประโยชน์คนหนึ่ง เจ้าคิดว่าหัวหน้าเกาะอย่างเจ้าจะเก่งกาจสักเพียงใดกันเชียว”
“ท่านหัวหน้าเกาะ นายท่านสาม อย่าได้ต่อล้อต่อเถียงกันเลย! พูดเรื่องสำคัญก่อนเถอะขอรับ!”
จากนั้นลั่วอี้โจวก็ทำได้เพียงเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้ลั่วซานโจวฟัง
เมื่อได้ฟังแล้วลั่วซานโจวก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจว่า “อะไรนะ! เจ้าบอกว่าสาวน้อยผู้นั้นชื่อมู่เฉียนซีอย่างนั้นเหรอ มู่เฉียนซี!”
ลั่วอี้โจวกล่าว “ใช่ ชื่อมู่เฉียนซี นางยังเป็นนักปรุงยาอีกด้วย หรือว่าเจ้าเคยได้ยินชื่อเสียงของนางใน