ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
มู่เฉียนซีและพวกรับมือกับคนเหล่านี้อย่างไร้ความปรานี คนของเผ่าวิญญาณร้ายสร้างปัญหาวุ่นวายมากเกินไปแล้ว ดังนั้นฆ่าได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี
เยี่ยเฉียพบว่าคนที่เขาควบคุมเหล่านั้น ยิ่งนานไป จำนวนก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว “นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ศาลานิรันดร์เสียพลังไปถึงเพียงนั้นแล้ว ไม่มีทางช่วยนางได้แน่นอน ผู้ใดกันที่มาช่วยนาง?”
เวลาได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ ในที่สุดคนของเผ่าวิญญาณร้ายก็ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น
และชิงอิ่งเองก็รู้แล้วว่าตอนนี้มีคนผู้หนึ่งที่อยู่ในชั้นสี่กำลังปรารถนาในวิญญาณของมู่เฉียนซี จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาทันที
“เฉียน รอข้าอยู่ที่นี่!”
มู่เฉียนซีห้ามเขาเอาไว้และกล่าวว่า “เจ้าเยี่ยเฉียผู้ประหลาดผู้นั้นไม่รู้ว่ามีชีวิตมายาวนานกี่ปีแล้ว แม้แต่อาถิงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา หากเจ้าขึ้นไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าจะทำเช่นไร?”
“ตอนนี้ข้าอยู่ในฐานที่มั่นของเผ่าวิญญาณร้าย! หากเกิดอะไรขึ้น ข้ายังต้องการให้เจ้าปกป้องข้า ดังนั้นเจ้าห้ามไป!”
ชิงอิ่งพยักหน้าตอบรับพลางกล่าว “เฉียนไม่อนุญาต ข้าก็ไม่ไป!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ารู้ดีว่าจะปล่อยเจ้าหมอนั่นเอาไว้ไม่ได้ แต่กลีบดอกของสุ่ยจิงอิ๋งยังอยู่ที่นั่น รอให้พลังของอาถิงฟื้นฟูกลับมาก่อน จะดียิ่งกว่านั้นหากรอให้มังกรวารีตื่นขึ้นมา ถึงตอนนั้นแล้วค่อยว่ากันอีกที!”
ตอนรับมือกับเยี่ยเฉียนางเสียเปรียบมาก รู