งเวลาที่ต้องใช้งานแล้ว”
มู่เฉียนซีตัวคนเดียว ไม่มีทางรับมือกับคนของเผ่าวิญญาณจำนวนมากได้แน่นอน
ปีศาจโลหิตมองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ทำลายข้าซะ ให้ข้าได้ดับสูญไปเถอะ…”
มู่เฉียนซีกล่าว “ปีศาจโลหิต จิตใต้สำนึกของเจ้ากลับมาแล้วเหรอ?”
“ข้าตายไปแล้ว คนบ้าผู้นั้นเป็นคนของเผ่าวิญญาณร้าย มีจิตใจทะเยอะทะยานอันแรงกล้าและน่ากลัวเกินไป เจ้า…เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก เจ้าต้องขวางเขาได้แน่นอน!”
“ทำลายข้า ให้ข้าได้ดับสูญไปเถอะ มิเช่นนั้น ข้าจะถูกควบคุมอีกครั้ง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ขอโทษด้วย! ข้าจะทำให้เจ้าหลุดพ้นเอง!”
ฉึก! เข็มยาเข็มหนึ่งปักเข้าตรงขมับ ในที่สุดร่างของปีศาจโลหิตก็ค่อย ๆ อันตรธานดับสูญไปอย่างช้า ๆ
หลังจากแก้ไขสถานการณ์อันตรายนี้ได้แล้ว มู่เฉียนซีก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
และในตอนนี้ ลั่วเหมี่ยวก็กำลังจ้องมองชิงอิ่งด้วยสายตาที่เคลิบเคลิ้มเล็กน้อย!
มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง ตอนนี้ชิงอิ่งสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าอยู่! ไม่ได้เผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา เหตุใดลั่วเหมี่ยวถึงได้เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มเช่นนี้ออกมาได้ล่ะ!
ลั่วเหมี่ยวมองไปที่ชิงอิ่ง “นายท่าน!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ลั่วเหมี่ยว เจ้ารู้จักชิงอิ่งด้วยเหรอ?”
ลั่วเหมี่ยวส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ข้าไม่รู้จักนายท่านผู้นี้ แต่ข้ารับรู้ได้ถึงพลังอำนาจกดขี่ข่มเหงที่ออกมาจากร่างกายของนายท่านที่ทำให้ข้าต้องยอมจำนน ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!