านิรันดร์แล้วเท่านั้น แต่ยังได้กลีบดอกของผู้พิทักษ์นิรันดร์ไปครอบครองอีกด้วย หนีไปได้ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในดินแดนแห่งนี้ เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปจากเงื้อมมือข้าได้หรอก!”
เขามองไปที่เสาสวรรค์ต้นนั้น “ต่อสู้กับศาลานิรันดร์ ผนึกก็อ่อนแอลงแล้วเพราะพลังของเขา! ต่อให้ได้ไม่วิญญาณลิขิตสวรรค์มา แต่อีกไม่นานข้าก็จะออกไปได้แล้ว!”
เขากำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “วิญญาณลิขิตสวรรค์ มันถูกลิขิตมาให้เป็นของข้า!”
ในขณะที่มู่เฉียนซีถูกส่งตัวออกไปนั้น นางก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นเช่นกัน ในมิติพันธสัญญา สุ่ยจิงอิ๋งยังคงนอนหลับใหลอยู่ เช่นนั้นคนที่ช่วยพวกนางในเมื่อครู่
หรือว่า…
มู่เฉียนซีและพวกถูกส่งตัวมาถึงชั้นที่หนึ่งที่นางคุ้นเคย อาถิงรับมือไม่ไหวแล้ว เขากล่าวเสียงต่ำว่า “หญิงอัปลักษณ์ ในวังนั้นมีกลิ่นอายของท่านพี่…ท่านพี่อยู่ที่นั่น!”
“เจ้าอย่าได้วู่วามล่ะ รอให้พลังข้าฟื้นฟูกลับมาก่อน ข้าจะกลับมาฆ่าเจ้านั่นแน่ ข้าจะต้องล้างความอับอายนี้ให้จงได้!” อาถิงกัดฟันกรอด
มู่เฉียนซีกล่าว “ตกลง! เช่นนั้นเจ้าก็รีบรักษาตัวเถอะ!”
ได้รู้ว่ากลีบดอกของสุ่ยจิงอิ๋งอยู่ที่ไหนก็ดีแล้ว แม้ว่าที่นี่จะมีเจ้าคนน่ากลัวผู้นั้นอยู่ก็ตาม!
ลั่วเหมี่ยวกล่าว “พี่สาวมู่ ข้านึกออกแล้ว!”
“มีพี่สาวท่านหนึ่ง ตอนแรกข้าไม่อาจแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ พลังข้าไม่พอ แต่ข้าได้รับพลังของพี่สาวท่านนั้นมา นางเป็น