ียนซีพุ่งตัวเข้าไปรับเขาเอาไว้
ร่างของอาถิงพลันเปลี่ยนเป็นโปร่งใสขึ้น เขากล่าว “บัดซบ! นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แถมเจ้ายังเห็นสภาพเช่นนี้ของข้าอีก เจ้าต้องขำข้าเป็นแน่”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าก็เห็นสภาพข้าเหมือนกัน ยังมีสิ่งใดต้องขำเจ้าอีก”
เยี่ยเฉียกล่าว “ศาลานิรันดร์สู้ไม่ได้แล้ว และไม่มีผู้ใดช่วยเจ้าได้แล้ว เช่นนั้น เรามาเริ่มพิธีต่อไปกันเลยดีกว่า!”
และในขณะที่เยี่ยเฉียกำลังจะจับมู่เฉียนซี จู่ ๆ ใจกลางเสาหลักแห่งสวรรค์ก็เปล่งประกายลำแสงสีฟ้าอ่อนออกมา
ห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซี อาถิง และลั่วเหมี่ยวเอาไว้ หน้าอกของมู่เฉียนเองก็เปล่งประกายลำแสงสีฟ้าอ่อนออกมาเช่นกัน
ภายในชั่วพริบตาเดียว มู่เฉียนซีก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาเยี่ยเฉีย
เยี่ยเฉียโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ดวงตาคู่นั้นของเขาแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดทะลักออกมาแล้วก็มิปาน
“บัดซบ! บัดซบยิ่งนัก! เป็นไปได้ยังไง นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะทำลายแผนการของข้าพังทลายลงได้!”
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าเหลือเพียงแค่กลีบเล็ก ๆ และถูกยับยั้งเอาไว้แล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังมีพลังไปช่วยคนอื่นได้อีก”
จู่ ๆ เยี่ยเฉียก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น เขานึกขึ้นได้แล้ว!
“นึกไม่ถึงเลยว่าหญิงสาวผู้นั้นจะได้รับกลีบดอกอื่นของผู้พิทักษ์นิรันดร์มาได้แล้ว มิน่าล่ะ มิน่าล่ะ…นี่ข้าวางแผนผิดพลาดไปอย่างนั้นเหรอ!”
“สมกับที่เป็นวิญญาณลิขิตสวรรค์จริง ๆ ไม่เพียงแต่จะทำพันธสัญญากับศาล