้าสารเลว เจ้ามันสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ถึงแม้ว่าร่างกายของลั่วเหมี่ยวจะเติบโตแล้ว แต่สติปัญญาของนางก็ยังเป็นเด็กอยู่ นางพุ่งเข้าไปหาเยี่ยเฉียโดยทันที
พลันนั้นเยี่ยเฉียยกมือขึ้นโบก เชือกเส้นหนึ่งก็พุ่งโจมตีไปที่ลั่วเหมี่ยว
“ช่างเป็นเด็กที่ไม่เชื่อฟังเอาซะเลยจริง ๆ อย่ามาขวางทางข้า มิเช่นนั้นข้าจะโกรธเอาได้นะ”
เชือกเส้นนั้นของเยี่ยเฉียรวดเร็วมาก มันไม่ใช่สิ่งที่ลั่วเหมี่ยวจะหลบหลีกได้ทัน
และในตอนนี้เอง เวลาก็ได้หยุดลงแล้ว ลำแสงสีเขียวอ่อนลำแสงหนึ่งพุ่งออกมา และเชือกกับโซ่ที่ผูกมัดมู่เฉียนซีเหล่านั้นก็สลัดหลุดออกไปทั้งหมด
“เจ้านี่มันช่างโง่เขลาซะจริง ๆ เลยนะ เกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นเพิ่งจะเรียกข้า นี่เจ้าอยากให้ดวงจิตของข้าดับสลายไปพร้อมกับเจ้าอย่างนั้นเหรอ?”
จากนั้นอาถิงก็หันไปเห็นลั่วเหมี่ยว และเขาก็โกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟขึ้น
“นี่เจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงใช้หน้าตาของพี่สาวข้ามาแสดงความโง่เขลาเช่นนี้!”
แต่ด้วยลั่วเหมี่ยวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับสุ่ยจิงอิ๋งเช่นนี้ อาถิงจึงไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกนาง
เขาจับลั่วเหมี่ยวโยนไปอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี ก่อนจะกล่าวว่า “พวกเจ้าหลบไปไกล ๆ หน่อย เจ้าหมอนี่ข้าจะจัดการเอง!”
อาถิงเพียงแค่หยุดเวลาเอาไว้ชั่วขณะเท่านั้น
ไม่นานนักเวลาก็กลับมาเดินตามปกติ และเยี่ยเฉียก็เห็นร่างชายหนุ่มรูปร่างหน้าตางดงามดุจดั่งทวยเทพผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ดวงตาสีเขียวอ่อนค