ู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเย็นชาจ้องมองไปที่เยี่ยเฉีย ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวออกมาว่า “ช่างบังอาจยิ่งนัก กล้าคิดอยากได้วิญญาณของผู้เป็นพันธสัญญาของข้า เจ้ามันรนหาที่ตาย!”
“เมื่อครู่เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ! หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าก็คงจะเป็นศาลานิรันดร์ ศาลาเลือนรางเก้าชั้นกระมัง!” เยี่ยเฉียกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
มู่เฉียนซีกับอาถิงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย คนผู้นี้ยิ่งเผยความผิดปกติออกมาเรื่อย ๆ
นอกจากจิ่วเยี่ยแล้ว เยี่ยเฉียผู้นี้นับว่าเป็นคนแรกที่เห็นอาถิงเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าอาถิงเป็นใคร
ต่อให้เป็นจิ่วเยี่ย ก็เป็นเพราะสุ่ยจิงอิ๋งเขาถึงรู้ได้ ทว่า เยี่ยเฉียผู้นี้…
“ตอนนั้น ที่ข้าได้นำพาเผ่าวิญญาณร้ายให้มีอำนาจยิ่งใหญ่เกรียงไกร พวกเจ้าก็ได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว ข้าไม่ได้เข้าใจเรื่องราวของพวกเจ้ามากนักหรอก แต่ตอนนั้นข้ารู้ว่าผู้ที่ควบคุมวิญญาณลิขิตสวรรค์ คือผู้ที่สวรรค์ลิขิตให้เป็นเจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์”
“และมีเพียงแค่วิญญาณลิขิตสวรรค์เท่านั้นที่สามารถทำให้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์อย่างพวกเจ้าสมบูรณ์แบบได้ เจ้าว่าที่ข้าพูดมันจริงหรือไม่?”
สีหน้าของอาถิงไม่ค่อยจะดีนัก “เจ้า รู้เยอะเกินไปแล้วจริง ๆ!”
“นึกไม่ถึงเลยว่านางที่มีพลังอ่อนแอถึงเพียงนี้จะสามารถทำพันธสัญญากับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว อีกทั้งยังเป็นศาลานิรันดร์ผู้ดื้อรั้นหัวแข็งอีกด้วย ศาลานิรันดร์ผู้ควบคุมกาลเวลา ดูท่า