เด็นออกไปจากลานประลอง
มังกรเพลิงสีแดงฉานพุ่งออกไปปกคลุมร่างของลั่วจือเอาไว้ นางยังไม่ทันได้สัมผัสลั่วเหมี่ยวแม้แต่ปลายเล็บก็ถูกมังกรเพลิงโจมตีจนกระเด็นลอยออกไปจากลานประลองเช่นกัน
ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ สองกระบวนท่านี้ดูเหมือนจะโจมตีออกไปพร้อมกัน พรสวรรค์เช่นนี้น่ากลัวเกินไปแล้วจริง ๆ
ผู้ตัดสินเองก็ตกใจนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งกว่าจะเรียกสติกลับมาได้ และประกาศออกมาว่า “มู่เฉียนซีและลั่วเหมี่ยวเป็นฝ่ายชนะ!”
มู่เฉียนซีรีบวิ่งไปข้างกายลั่วเหมี่ยวและกล่าวถามว่า “เสี่ยวเหมี่ยว เมื่อครู่เจ้ากลัวหรือไม่?”
แขนเล็ก ๆ ขาเล็ก ๆ นี้ของเสี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางรับการโจมตีนั้นของลั่วจือไหวแน่นอน แต่โชคดีที่นางขวางเอาไว้ได้
ลั่วเหมี่ยวยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าไม่กลัว พี่สาวมู่ยอดเยี่ยมที่สุด ข้าก็เลยไม่กลัว!”
มู่เฉียนซีเผยความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งนี้ออกมาให้ทุกคนได้เห็น ต่อมา คู่ต่อสู้ของนางทั้งหมดก็ล้วนแต่เอ่ยปากยอมแพ้ไปทั้งสิ้น
แม้พลังวิญญาณจะยังไม่ถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า แต่ถ้าหากต่อสู้กับคนวิปริตเช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!
ทว่า อัจฉริยะแห่งเกาะเมฆาของพวกเขาที่มีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้ามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!
ลั่วซินกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “พวกสวะไร้ประโยชน์ ไม่ได้เรื่องสักคน!”
นางมองไปที่ชายหนุ่มผู้รูปงามที่อยู่ข้างกายและกล่าวขึ้นว่า “พี่ใหญ่! พ