วิธีเช่นนี้นางเรียนรู้มาจากเขา
จิ่วเยี่ยเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าวิธีที่เขาใช้กับมู่เฉียนซีบ่อย ๆ เช่นนี้ มู่เฉียนซีจะเรียนรู้มันและเอามันกลับมาใช้กับเขา
มู่เฉียนซีก็แค่จูบปิดปากเขาเท่านั้น ไม่ได้จูบอย่างดูดดื่มอย่างที่จิ่วเยี่ยทำกับนาง ทว่า จิ่วเยี่ยกลับอดใจไม่ไหว ตอบรับการจู่โจมของนางทันที
ดูเหมือนว่าเขาจะพัลวันกับนางอย่างไม่อาจจะแยกออกจากกันได้ จนกระทั่งนางเริ่มหายใจไม่ออกแล้วเขาถึงจะยอมปล่อย
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ข้าควรจะเอะใจบ้าง แต่กลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย”
“แม้ว่าจะมียาของข้าคอยยับยั้ง มีมังกรวารีปิดผนึก แต่คำสาปของเจ้าก็ยังคงไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี”
มู่เฉียนซีนึกถึงครั้งแรกที่คำสาปของจิ่วเยี่ยกำเริบ ตอนนั้นพวกเขาอยู่ที่แคว้นจื่อเยี่ย กว่าจะหาวิธียับยั้งคำสาปของจิ่วเยี่ยได้นั้นไม่ง่ายเลย
ต่อไปนางจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ จะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด
มู่เฉียนซีจับมือจิ่วเยี่ยและกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ข้าจะกลับไปยังคุกโลหิตกับเจ้า! อาการเจ้าสาหัสเช่นนี้ ข้าไม่อาจนิ่งเฉยดูดายได้”
จิ่วเยี่ยมองมู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง “ข้าอยากให้ซีอยู่ให้ไกลข้ามากที่สุด ฉะนั้น ข้าไม่อาจตอบรับคำขอของซีได้”
“เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ห่างจากข้าไปตั้งแต่ตอนนี้เลย สุ่ยจิงอิ๋ง ส่งเขากลับไป!”
ปัง! มู่เฉียนซีถูกจิ่วเยี่ยกดทับลงมาบนร่างทันที
“ตอนนี้ข้าอยากอยู่ใกล้ซีให้มากที่สุด ยิ่งใกล้มากเท่าไรก็ยิ