องตัวเองลดน้อยลงเด็ดขาด
“สมุนไพรกองนี้ ข้าเหมาหมด กองนี้ด้วย!”
“จิ่วเยี่ย ถือ!”
“เถ้าแก่ คิดเงิน!”
ผู้นำตระกูลมู่ไม่ใช่ผู้ที่ขาดแคลนเงินทองแต่อย่างใด ทว่า องค์ชายจิ่วเยี่ยกลับชิงนางจ่าย วางหยกวิญญาณชิ้นหนึ่งไว้บนโต๊ะ
และแน่นอนว่าหยกวิญญาณชิ้นนี้เป็นหยกวิญญาณที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง งดงามอย่างที่เถ้าแก่ผู้นี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน พร้อมกันนั้นเถ้าแก่ก็ได้เห็นเงาสะท้อนในแววตาที่อันตรายคู่นั้นแล้ว
เถ้าแก่รีบกล่าวขึ้นว่า “พอแล้วขอรับ! แค่นี้พอแล้ว ท่านอยากได้สิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่เอาแล้ว เราไปร้านอื่นต่อเถอะ!”
การซื้อสมุนไพรวิญญาณมือเติบเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องปกติของมู่เฉียนซีแล้ว มู่เฉียนซีสะบัดมือพลางกล่าว “จิ่วเยี่ย เจ้าคิดว่าการที่ข้ามาเดินซื้อแค่สมุนไพรวิญญาณอย่างเดียวมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหรือไม่!”
จิ่วเยี่ยก้มหน้าจูบลงบนหน้าผากของมู่เฉียนซี ใช้ลิ้นเลียหน้าผากนางเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง
หลังจากจูบนี้ผ่านไป จิ่วเยี่ยก็กล่าวเสียงต่ำว่า “เช่นนี้ ก็ไม่น่าเบื่อแล้วล่ะ!”
เมืองแห่งนี้ดูธรรมดาทั่วไปมาก ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปที่ใดก็ไม่พบกลิ่นอายของสุ่ยจิงอิ๋งเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เจ้ายังอดทนได้อีกนานเพียงใด?”
สุ่ยจิงอิ๋ง “ซีเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ข้ายังทนได้ หากเป็นกลีบดอกของข้าจริง ๆ มีพลังทะลุมิติ ก็ยากที่จะหาเจอได้ เจ้าก็ถือว่ามาพักผ่อนกับจิ่วเยี่ยก