็แล้วกัน!”
“และแน่นอนว่าหากข้ายังไม่หลับใหลไป หากเจ้าหมอนี่คิดจะบีบบังคับเจ้าอีกละก็ ข้าจะส่งเจ้าตัวอันตรายผู้นี้ไปไกล ๆ เจ้าแน่นอน”
สุ่ยจิงอิ๋งยังคงหวาดกลัวจิ่วเยี่ยอยู่ ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนรับเขามาเองก็ตาม
ซีเอ๋อร์ให้ความสำคัญต่อเขาจึงเพิกเฉยจากอันตรายเหล่านั้น แต่นางกลับรู้สึกได้
หวงจิ่วเยี่ย ไม่รู้ว่าจะอดทนได้นานเพียงใด
ไม่แน่ ครั้งต่อไปอาจจะถึงขีดจำกัดของเขาแล้วก็ได้
คนเช่นนี้ต่อให้อยู่อีกโลกหนึ่ง ต่อให้ถูกกักขังอยู่อีกโลกหนึ่ง สุ่ยจิงอิ๋งก็รับรู้ได้ถึงอันตรายนี้ได้อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ข้างกายซีเอ๋อร์อีก
แต่ซีเอ๋อร์ชอบเขา นางเองก็ไร้หนทาง สุ่ยจิงอิ๋งยิ้มอย่างจนปัญญา
หากหากลีบดอกที่สามเจอ ซีเอ๋อร์มีกลีบดอกสี่ดอกของนาง บางทีนางอาจจะคุ้มครองซีเอ๋อร์ได้ดีกว่านี้ก็ได้
หลายวันมานี้มู่เฉียนซีพักผ่อนได้อย่างสุขใจ
จิ่วเยี่ยเองก็อยากจะอยู่พักผ่อนที่นี่ให้นานกว่านี้สักหน่อยเช่นกัน เช่นนี้จะได้ใช้เวลาอยู่กับนางมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด
ก๊อก ๆ ๆ!
ยามเที่ยงของวันต่อมา เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
“ใคร?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มีบางเรื่องที่ท่านทั้งสองอาจจะสนใจ ไม่รู้ว่าท่านทั้งสองจะฟังหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยหันมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่นางจะกล่าวออกมาว่า “ลองดูว่าเขาจะบอกอันใด!”
ทันทีที่เปิดประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้ดูเฉลียวฉลาดผู้หนึ่งก็เดินเ