กลัวที่จะเล่นกับไฟ แต่การเล่นกับไฟในตัวจิ่วเยี่ยนั้น มันไม่ใช่เรื่องดีเลย
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้นำตระกูลมู่ที่เล่นกับไฟมาทั้งคืนถึงขั้นลุกขึ้นไม่ไหว และจิ่วเยี่ยเองก็ยังสามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ได้ถูกสุ่ยจิงอิ๋งบีบบังคับส่งตัวกลับแต่อย่างใด
เนื่องจากเขาอยากจะอยู่กับนางนาน ๆ โอกาสเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่ง จะปล่อยให้สัตว์ร้ายในใจกระทำตามใจมากเกินไปไม่ได้เด็ดขาด
“คิดอยู่แล้วเชียวว่าเหตุใดพระผู้น่ารำคาญนั่นถึงได้รีบเผ่นกลับไปเช่นนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะเยี่ยมานี่เอง”
จื่อโยวมาก็ได้เห็นทั้งสองกำลังพลอดรักกัน จึงอดที่จะพูดมากไม่ได้
จิ่วเยี่ยเหลือบมองจื่อโยวด้วยสายตาเย็นชาพลางกล่าว “ตรงนี้ไม่มีเรื่องอันใดให้เจ้าทำ เจ้ารีบไสหัวไปได้แล้ว!”
มุมปากจื่อโยวกระตุกเล็กน้อย เยี่ยไม่เพียงรู้สึกว่าเจ้าพระผู้นั้นขวางหูขวางตา แม้แต่เขาเองก็ขวางหูขวางตาเยี่ยเช่นกัน
“ก็ได้ ๆ ๆ! ข้าไม่อยู่เป็นก้างขวางคอพวกเจ้าก็ได้ ไปก็ได้!”
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเจ้านายของตัวเองฆ่าปิดปาก จื่อโยวจึงรีบเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย เราไปเดินเล่นกันเถอะ! หลังจากทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่ได้ปรับปรุงใหม่ ข้ากลับมาก็ยังไม่ได้ไปเดินเที่ยวดูดี ๆ เลย!”
จิ่วเยี่ยพยักหน้าพลางกล่าว “อืม!”
ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะกำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ แต่การใช้ชีวิตของคนในเมืองก็ยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติ
มีร้านค้า มีแผงลอย!
ชื่อเสียงในการทำศึกต่อส