ริง ๆ นางไม่เคยเห็นจิ่วเยี่ยเป็นเช่นนี้มาก่อน
ช่างแปลกยิ่งนัก แปลกเกินไปแล้ว
ครั้นแล้วทั้งสองจึงแวะกินข้าวกัน จากนั้นก็เดินเล่นต่อ
ไม่นานนัก เรื่องที่หัวหน้าหอมู่มาเดินเล่นกับคนรักก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหมอ
“ฮือ ๆ ๆ! ท่านหัวหน้าหอมีเจ้าของแล้ว พวกเราหมดหวังแล้ว”
“ต่อให้หัวหน้าหอไม่มีเจ้าของ เจ้าก็ไม่มีหวังอยู่ดี!”
“คนรักของหัวหน้าหอดูมีพลังอำนาจและแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
ทางด้านเยวี่ยเจ๋อและพวกเก็บตัวฝึกบำเพ็ญอย่างเชื่อฟัง มีองค์ชายจิ่วเยี่ยอยู่ พวกเขาจะกล้ามารบกวนได้อย่างไรกันเล่า ขืนกล้ามารบกวนมีหวังต้องถูกฆ่าตายเป็นแน่
และยามรัตติกาลก็เวียนกลับมาอีกครา มู่เฉียนซีเกิดความรู้สึกมีลางสังหรณ์ใจแปลก ๆ
“จิ่วเยี่ย ข้าว่าเจ้าไปนอนที่ห้องรับแขกดีกว่านะ”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้พลางกล่าว “คนเขารู้ทั่วทั้งเมืองแล้วว่าซีกับข้าเป็นอะไรกัน นึกไม่ถึงเลยว่าซีจะทำใจให้ข้าไปนอนในห้องรับแขกได้”
“เอ่อ…ข้าว่าคงไม่มีใครรู้หรอก!”
“แต่ข้าไม่อยากไป ฉะนั้น ข้าไม่ไป!”
ทันทีที่มือของเขาขยับ เสื้อผ้าของมู่เฉียนซีก็หลุดลงทันที
“อือ…”
การดิ้นรนขัดขืนทุกอย่างของนางล้วนแต่ไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น
สัตว์ร้ายตัวนี้กำลังจะกลืนกินนาง!
“จิ่วเยี่ย พอแล้ว!”
น้ำเสียงของมู่เฉียนซีแหบแห้งเล็กน้อย
“คนรักของข้า เรียกข้าว่าสามีสิ แล้วข้าจะเบามือ!”
“หวงจิ่วเยี่ย!”
“เรียกสามี!”
จิ่วเยี่ยยิ่งลงแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มู่เฉียนซีรู้สึ