กเจ็บปวดและอ่อนระทวยไปทั่วทั้งร่าง สมองของนางตอนนี้เกิดความลังเลขึ้นแล้ว
เพียงแค่เรียกเขาว่าสามีคำเดียว ประเดี๋ยวก็ดีขึ้น ทุกครั้งที่นางเรียกเขาว่าคนรัก เขาก็จะทรมานนางนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับไม่ได้ยินเสียงนาง เพราะต้องการให้นางเรียกเขาว่าสามีเท่านั้น
นางรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าคนอย่างจิ่วเยี่ยไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่นอน
อีกอย่างตอนนี้จิตใจของเขากำลังละโมบ ต้องการให้นางเรียกเขาว่าสามีเท่านั้น!
มู่เฉียนซีพยายามกัดฟันอดทน นางจะไม่มีทางยอมให้เขาสมปรารถนาเด็ดขาด ไม่มีทาง!
ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยก้มลงมาสัมผัสริมฝีปากของมู่เฉียนซี เขากล่าว “เรียกสามี!”
“อือ!”
จิ่วเยี่ยขยี้จูบลงบนริมฝีปากนาง นางไม่ยอมเรียก เป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางรู้สึกว่าลิ้นของนางเริ่มชาแล้ว
เส้นผมสีดำขลับดุจดั่งแพรไหมนั้นสยายยุ่งเหยิง มู่เฉียนซีกำลังจะพังทลายลงแล้ว
ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัว ภายใต้ความยั่วยวนของจิ่วเยี่ย มู่เฉียนซีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า “สา…”
คำหลังนั้นมู่เฉียนซียังไม่ทันได้กล่าวออกมา กลีบดอกของสุ่ยจิงอิ๋งทั้งสามกลีบที่อยู่ในร่างของมู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยสว่างวาบขึ้น ทันใดนั้นเองร่างของทั้งสองก็ถูกส่งออกไป
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ทำเช่นนี้ด้วยเหตุใด!”
มู่เฉียนซีเองก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “สุ่ยจิงอิ๋ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ต่อให้จิ่วเยี่ยควบคุมต