ดีใจแทนแม่นางมู่จริง ๆ ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น ได้โปรดองค์ชายจิ่วเยี่ยปกป้องนางให้ดีด้วย”
จิ่วเยี่ยกอดนางแน่นขึ้นราวกับต้องการหลอมรวมตัวเขากับนางให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
มุมปากอันงดงามอย่างไร้ที่ตินั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “แน่นอนอยู่แล้ว ซีเป็นผู้หญิงของข้า เป็นคนสำคัญที่สุดของข้า เป็นโลกทั้งใบของข้า”
ดวงตาที่บริสุทธิ์คู่นั้นของอินรั่วเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าขอตัวลา”
“เจ้ามาแล้ว! ได้ข่าวของเผ่าหงส์แล้วใช่หรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวพลางซบหน้าอกจิ่วเยี่ย
“สุ่ยจิงอิ๋งให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า” จิ่วเยี่ยกระซิบกล่าวข้างหูมู่เฉียนซี
“ผู้เป็นพันธสัญญาของเจ้าเข้าใจความคิดของเจ้าดี ซีต้องคิดถึงข้ามากแล้วใช่หรือไม่?”
กล่าวจบ ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยก็กัดติ่งหูมู่เฉียนซีเบา ๆ มู่เฉียนซีรู้สึกใบหูร้อนผ่าวขึ้น
“สุ่ยจิงอิ๋ง” มู่เฉียนซีเรียกผู้เป็นพันธสัญญาของตัวเองผ่านทางจิต
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ข้าต้องหลับใหลไปช่วงหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นจิ่วเยี่ยก็จะมาหาเจ้าลำบาก ถือโอกาสตอนที่ข้ายังไม่หลับใหลไป ส่งจิ่วเยี่ยมาให้อยู่เป็นเพื่อนเจ้าก่อน”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจว่า “ซีเอ๋อร์ ช่วงนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว เจ้าต้องการคนอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”
เหน็ดเหนื่อยจริง ๆ นับตั้งแต่หลังจากที่เป่ยกงจั๋วรู้ว่านางครอบครองหม้อเทพนิรันดร์ ชีวิตของนางก็วุ่นวายมาโดยตลอด เจ้าหมอนั่นช่างรับม